ชายหนุ่มพาเจียงสี่จือไปยังร้านโม่เซียงจวี หลังจากนั้นนางจึงได้รู้ว่าอีกฝ่ายคือซื่อจื่อแห่งอันอ๋อง นอกจากมีฐานะสูงศักดิ์แล้ว ยังอ่อนโยนเอาใจใส่นางอีกด้วย
หลังดื่มชา ซื่อจื่อแห่งอันอ๋องก็พานางไปเลือกซื้อเครื่องประดับหลายชิ้นเพื่อเป็นของขวัญขอขมา
หลังใช้เวลาร่วมกันครึ่งวัน หัวใจของเจียงสี่จือก็เริ่มหวั่นไหว
ยามเย็น ซื่อจื่อแห่งอันอ๋องมาส่งนางกลับจวนแม่ทัพด้วยตนเอง
ภาพนี้ไม่มีผู้ใดในตระกูลเจียงพบเห็น ก่อนจากไป ซื่อจื่อแห่งอันอ๋องยังกำชับเจียงสี่จือว่า “คุณหนูเจียง เพื่อชื่อเสียงของเจ้า เรื่องที่เราพบกันในวันนี้อย่าได้แพร่งพรายให้ผู้อื่นรู้ แม้แต่พี่ชายแท้ ๆ ของเจ้าก็ไม่ได้”
“ได้เจ้าค่ะ ซื่อจื่อ ข้าทราบแล้ว”
เจียงสี่จือตอบรับพร้อมรอยยิ้ม นางคิดว่าซื่อจื่อแห่งอันอ๋องคำนึงถึงนาง จึงรู้สึกอบอุ่นใจยิ่งนัก
นางหารู้ไม่ว่า หลังม่านรถม้าปิดลง ใบหน้าของอันอ๋องจึงค่อยปรากฏแววเย้ยหยัน
พระบิดาของเขาเคยส่งสัญญาณหลายครั้งในราชสำนักว่าต้องการให้เจียงจู้เลือกข้าง ทว่าเจียงจู้ผู้นั้นไม่รู้ว่าโง่จริงหรือแสร้งโง่กันแน่ ถึงกับไม่ยอมแสดงท่าทีใด ๆ
แม้เจียงจู้จะเป็นเพียงขุนนางขั้นสี่ แต่กุมอำนาจทางทหารไว้ในมือ หากดึงเขามาเป็นพวกได้ ก็ย่อมเป็นกำลังหนุนให้จวนอันอ๋อง
ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันทรงชราภาพและไร้พระโอรส ภายหน้าผู้สืบทอดบัลลังก์ย่อมต้องมาจากเชื้อพระวงศ์อย่างพวกเขา ทว่าพระอนุชาของฮ่องเต้มีอยู่หลายคน การชิงชัยในหมู่เชื้อพระวงศ์จึงดุเดือดยิ่งนัก
จวนอันอ๋องจำเป็นต้องมีผู้สนับสนุนในราชสำนักให้มากขึ้น ครั้นถึงยามที่ฮ่องเต้ทรงเลือกผู้สืบทอด จะได้มีผู้คนช่วยกล่าววาจาแทนพวกเขามากขึ้น
