“งานเลี้ยงฉลองครบเดือนต้องจัดอยู่แล้ว เถิงเกอเอ๋อร์เป็นบุตรชายสายตรงของข้า ทว่าช่วงนี้ในราชสำนักข้าไม่ราบรื่นนัก ไม่รู้ไปล่วงเกินจวนกั๋วกงหนิงกั๋วได้อย่างไร
หากเราจัดงานเลี้ยง ไม่รู้ว่าจะมีผู้ใดในราชสำนักมาร่วมบ้าง ข้าเกรงว่าบางคนจะไม่อยากข้องเกี่ยวกับเราเพราะจวนกั๋วกงหนิงกั๋ว ถึงตอนนั้นคง...”
เจียงจู้มีสีหน้ากลัดกลุ้ม
จินเซวียนถามอย่างไม่เข้าใจ “หรือเป็นเพราะงานเลี้ยงครั้งก่อนของจวนกั๋วกงหนิงกั๋ว? แต่คราวก่อนพวกเราก็ขออภัยไปแล้วนี่ เรื่องเล็กน้อยเพียงนี้ พวกเขายังจะผูกใจเจ็บถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”
“ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน แต่ช่วงนี้ท่านกั๋วกงกับพวกเขามักหาเรื่องข้าในราชสำนัก จนข้าถูกฝ่าบาทตำหนิไปหลายครา”
“ท่านแม่ทัพ เช่นนั้นก่อนจัดงานเลี้ยง เราส่งคนไปแจ้งจวนกั๋วกงก่อนดีหรือไม่? ท่านเขียนจดหมายไปขออภัยพวกเขาสักฉบับเถิด อย่างไรกั๋วกงก็เป็นขุนนางชั้นหนึ่งผู้ทรงเกียรติ พวกเราล่วงเกินไม่ได้”
แม้ในใจจะขุ่นเคือง แต่จินเซวียนก็รู้ดีว่าเวลานี้ฐานะของพวกตนเทียบจวนกั๋วกงมิได้ ทั้งยังห่างชั้นเรื่องรากฐานในเมืองหลวงอีกด้วย
นางคิดว่าก่อนจัดงานเลี้ยงควรส่งข่าวไปยังจวนกั๋วกงเสียก่อน แล้วกล่าวขออภัยอย่างจริงใจ ขอเพียงจวนกั๋วกงเห็นความจริงใจของพวกตน บางทีคงไม่ขัดขวางอยู่เบื้องหลังอีก
เจียงจู้ฟังแล้วก็เห็นว่ามีเหตุผล จึงรับคำทันที “ได้ เจ้าพูดถูก ข้าจะให้คนเตรียมของกำนัลเล็กน้อย แล้วไปขออภัยด้วยตนเองอีกครั้ง”
วันรุ่งขึ้น เจียงจู้จึงนำของกำนัลล้ำค่าบางส่วนไปยังจวนกั๋วกง
