“อาเฉียว... เจ้า เจ้ายอมรับข้าแล้วหรือ? ฮือ ๆ...”
ฮูหยินกั๋วกงได้ยินคำว่า ‘ท่านแม่’ พลันชะงักงัน ดวงตาค่อย ๆ แดงก่ำ ก่อนจะอดสะอื้นไห้ด้วยความตื่นเต้นไม่ได้
“ท่านแม่ ข้าไม่โทษท่าน ท่านอย่าได้โทษตนเองเลย”
หลิวอาเฉียวเห็นฮูหยินกั๋วกงเสียใจ ก็อดสะอื้นตามไม่ได้
ท่าทีของฮูหยินกั๋วกงทำให้นางสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายรู้สึกผิดต่อเรื่องของนางอย่างแท้จริง ฮูหยินกั๋วกงไม่เหมือนหยางชุน ในปีนั้นอีกฝ่ายเพียงเลินเล่อจนปกป้องนางไว้ไม่ดี มิได้จงใจ
ความขุ่นข้องในใจหลิวอาเฉียวมลายไปจนสิ้น นางโอบกอดฮูหยินกั๋วกง ทั้งสองกอดกันร้องไห้
หลิวเจียเหอที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็มีดวงตาแดงก่ำ นางรู้ว่าท่านยายผู้นี้รักและเอ็นดูมารดาจากใจ ทั้งยังรู้สึกผิดต่อมารดาอย่างยิ่ง
แม้เมิ่งหว่านอิ๋งจะเป็นบุตรบุญธรรมที่ไม่ดีนัก ทว่าฮูหยินกั๋วกงยังไม่รู้ธาตุแท้ของนาง หากมองจากมุมคนทั่วไป บุตรสาวที่เลี้ยงดูมาสิบยี่สิบปีย่อมมิใช่คนที่จะตัดใจทอดทิ้งได้โดยง่าย
ส่วนเมิ่งหว่านอิ๋ง หากนางยอมหยุดทำร้ายมารดาเพียงเท่านี้ พวกเขาก็จะไม่ทำให้นางลำบากใจ แต่หากนางยังคงเป็นเช่นเดิม พวกเขาก็จะไม่ออมมือเช่นกัน
ถึงยามนั้น หากฮูหยินกั๋วกงเห็นธาตุแท้ของเมิ่งหว่านอิ๋งแล้วจัดการทุกอย่างอย่างเป็นธรรมก็ย่อมดี แต่หากทำไม่ได้ สองแม่ลูกก็จะไม่ยอมให้ตนเองต้องกล้ำกลืนความคับข้องใจ
ทั้งสองร้องไห้กันอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะพูดคุยกันอีกหลายเรื่อง ระหว่างนั้นฮูหยินกั๋วกงมองหลิวอาเฉียวด้วยความรักใคร่ ส่วนหลิวอาเฉียวก็สัมผัสได้ถึงความรักจากมารดา
