อีกด้านหนึ่ง ที่คฤหาสน์ตระกูลเมิ่ง
เวลานี้ภายในห้องรับแขกของคฤหาสน์ตระกูลเมิ่งครึกครื้นยิ่งนัก
เมื่อเทียบกับตอนที่หลินเฟิงเพิ่งมาถึงเมื่อช่วงบ่าย ท่าทีของนายใหญ่ตระกูลเมิ่งอย่างเมิ่งหยวนเหอและเมิ่งป๋อชวีที่มีต่อหลินเฟิงนั้นเปลี่ยนไปคนละขั้วราวหนึ่งร้อยแปดสิบองศา
“เสี่ยวเฟิงเอ๊ย ไม่รู้ว่าเจ้าชอบกินอะไร ถ้าอาหารไม่ถูกปาก เจ้าต้องพูดออกมานะ”
เมิ่งหยวนเหอชี้ไปที่โต๊ะอาหารที่เต็มไปด้วยจานอาหาร พูดกับหลินเฟิง พลางไม่ลืมที่จะใช้ตะเกียบกลางคีบอาหารใส่ชามให้หลินเฟิงอย่างกระตือรือร้น
ภาพตรงหน้าทำให้เมิ่งชิงเหยาที่นั่งอยู่ด้านข้างรู้สึกอึดอัดใจเป็นอย่างมาก
ในใจลึกๆ เธอไม่ชอบท่าทีของปู่เธอแบบนี้จริงๆ
“ผมไม่เลือกกิน ไม่อะไรที่ไม่ชอบกินหรอกครับ คุณปู่ไม่ต้องเกรงใจขนาดนั้นก็ได้ครับ”
หลินเฟิงตอบกลับอย่างสุภาพ แม้เขาจะไม่ค่อยชอบเมิ่งหยวนเหอเท่าไรนัก แต่ว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ใหญ่ของเมิ่งชิงเหยา เขาจำเป็นต้องให้เกียรติ
“ดีๆ ต่อไปก็เป็นคนในครอบครัวเดียวกันแล้ว ข้าไม่เกรงใจเจ้าละ”
เมิ่งหยวนเหอพูดพลางหัวเราะเบาๆ
เมิ่งปู้ฟานและเมิ่งจิ่งหรานที่นั่งอยู่ข้างๆ ต่างเห็นภาพตรงหน้า ก็ได้แต่อุทานในใจ แต่ไม่พูดอะไรออกมา
เมิ่งจิ่งหรานรู้สาเหตุดี ส่วนลี่จื้อเหิงกับเมิ่งปู้ฟานไม่รู้เรื่องราวที่มาที่ไป มีแต่ความฉงนว่าทำไมเมิ่งหยวนเหอเปลี่ยนสีหน้าเร็วขนาดนี้
