"คุณ..."
เสียงของเหยียนซินยานยาวด้วยความเลื่อนลอย อ่อนหวานและพลิ้วไหว
มือของชายหนุ่มบีบเอวบางของเธอแน่น ความเจ็บทำให้สติที่เลือนรางของเธอแจ่มชัดขึ้นบ้าง
ทว่าเธอยังคงสับสนงุนงง
ไอน้ำอบอวล โคมไฟทองสัมฤทธิ์ลายโปร่งเหนือศีรษะสลัวแสง ดุจหมู่เมฆบังจันทรา
"เหตุใดจึงเหม่อลอย? จะแต่งงานกับคู่หมั้นวัยเด็ก ดีใจเกินไปหรือ?" ชายหนุ่มเอ่ยเสียงทุ้ม
ลมหายใจของเขาถี่กระชั้น ราวกับโทสะที่พวยพุ่ง หากนางตอบผิดเพียงคำเดียว อาจถูกกัดคอขาด
เหยียนซินจำต้องเอ่ย "คุณ ท่านเป็นใคร?"
ชายหนุ่มชะงักไป ก่อนมือจะเลื่อนขึ้นคล้องคอเธอ ฝ่ามือร้อนผ่าว จนเธอสะท้านเยือกและพลันตื่นเต็มตา
เธอหลุดออกจากห้วงฝันอันหวานซึ้งกลับสู่โลกความจริง
หลายวันนี้ร้อนอบอ้าว เหยียนซินชุ่มเหงื่อ นั่งเหม่อลอยอยู่เนิ่นนาน
หลังจากหวนคืนชีพ นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่เธอฝันประหลาดเช่นนี้ ครั้งก่อนคล้ายจะเป็นชายคนเดียวกันนี้ และก็ถามด้วยความหึงหวงว่า เหตุใดนางจึงจะแต่งงาน
ชาติก่อนของเหยียนซินนั้นอเนจอนาถ
นางคล้อยตามการจัดการของครอบครัว แต่งงานกับเจียงซื่อเฉียว บุตรอนุของตระกูลเจียง
เหยียนซินและเจียงซื่อเฉียวไม่เคยพบกันก่อนแต่ง เขาไม่ใช่ "คู่หมั้นวัยเด็ก" อย่างที่ชายในฝันว่า เจียงซื่อเฉียวไม่ชอบเหยียนซิน นางเองก็รังเกียจเขา ชีวิตคู่ของทั้งสองจึงระหองระแหงเรื่อยมา
ต่อมา เจียงซื่อเฉียวขโมยเงินของเหยียนซินไปส่งลูกพี่ลูกน้องสาวไปเรียนเมืองนอก
เขาหลงรักลูกพี่ลูกน้องมาโดยตลอด
นั่นเป็นเงินสำหรับรักษาลูกของเหยียนซิน
ลูกชายของเหยียนซินเกือบเอาชีวิตไม่รอดเพราะขาดเงินก้อนนั้น นางพยายามทุกวิถีทางหาเงินมาใหม่ ช่วยชีวิตลูกไว้ได้หวุดหวิด
หลายปีต่อมา ลูกพี่ลูกน้องสาวกลับมา ในฐานะกุลสตรีผู้ดีที่ผ่านการเล่าเรียนมาจากต่างประเทศ ฐานะสูงค่า แต่งเป็นภรรยาคนใหม่ของท่านประธานาธิบดี
ทั้งสามีและลูกชายของเหยียนซินเข้าข้างนาง ยกย่องนางประหนึ่งศักดิ์ศรี
ลูกพี่ลูกน้องสาวรู้ดีว่านางใช้เงินของเหยียนซินไปเรียน แต่กลับไม่มีคำขอบคุณ กลับทะนงตนดูถูกสตรีรุ่นเก่าอย่างเหยียนซิน
คราวหนึ่งมีปากเสียงกัน เหยียนซินเอ่ยถึงว่าเงินค่าเรียนของนางนั้นเป็นของตน
ลูกพี่ลูกน้องสาวว่า "เงินก้อนนั้นคุณลูกพี่ให้ข้า เขาเต็มใจทุ่มเทช่วยเหลือข้า เพราะข้าคู่ควร"
สามีนั้นต่ำต้อย แม้แต่เหยียนซินเองก็พลอยต่ำต้อยในสายตาลูกพี่ลูกน้องสาวไปด้วย
สามี ลูกชาย และลูกพี่ลูกน้องสาวร่วมกันบีบให้เหยียนซินตาย เพียงเพราะเหยียนซินเป็นเจ้าของร้านขายยา ขณะที่ลูกพี่ลูกน้องอวดอ้างว่าเป็นคนรุ่นใหม่ ต้องการขจัดการแพทย์แผนจีน
สองพ่อลูกทำตัวเป็นเพชฌฆาต บังคับให้เหยียนซินปิดร้านยาของนาง
สามีพูดว่า "ร้านยาต้องปิด มิฉะนั้นมันจะเป็นมลทินแก่ลูกพี่ลูกน้อง หนังสือพิมพ์หัวใหม่จะโจมตีนาง"
——ร้านยาคือกิจการของเหยียนซิน
ลูกชายพูดว่า "ท่านแม่ ลูกพี่ลูกน้องยินดีสนับสนุนท่านพ่อ เราจะมีอนาคตสดใส ข้าอยากเป็นบุตรขุนนางในจวนประธานาธิบดี ไม่ใช่เสี่ยวตงจยาจากร้านยาเล็กๆ ท่านอย่าขัดขวางเลย"
——ร้านยานั่นเองที่เลี้ยงดูลูกชายนาง และเลี้ยงดูทั้งตระกูลเจียง
เหยียนซินต้องทนทุกข์ในชีวิตมามากมาย ทั้งยังถูกหักหลังและทำร้าย ล้มลงแล้วก็ไม่ลุกขึ้นอีกเลย
สวรรค์ทรงสงสาร นางจึงได้หวนคืนชีพ
เกิดใหม่ในวันที่ห้าหลังการแต่งงาน
หากย้อนเกิดก่อนแต่ง นางย่อมไม่มีทางยอมรับการแต่งงานครั้งนี้อีก
แต่เมื่อความจริงเป็นเช่นนี้แล้ว ก็จงเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตในชาตินี้
เจียงซื่อเฉียวควรชดใช้ความใจบางของเขา ส่วนลูกเนรคุณนั่น เหยียนซินไม่คิดปล่อยให้เกิดอีกแล้ว และลูกพี่ลูกน้องสาว ก็อย่าหวังจะเหยียบเหยียนซินขึ้นไปสูงอีก
"...คุณนายหญิงสี่ คุณชายสี่ยังคงพักอยู่ในห้องหนังสือด้านนอก เขายังไม่หายหวัด กลัวจะนำโรคมาติดคุณ" สาวใช้กล่าว
แววตานางแฝงความดูถูก
เหยียนซินแต่งเข้ามา แต่เจียงซื่อเฉียวสามีไม่ยอมร่วมหอด้วยแต่แรก
ชาติก่อน ทั้งสองยื้อกันอยู่เดือนหนึ่ง จนไท่ไท่ แม่สามีของเหยียนซิน รู้สึกผิดสังเกต จึงได้ต่อว่าเจียงซื่อเฉียว
เจียงซื่อเฉียวไม่เคยรักเหยียนซิน จึงร่วมเรียงเคียงหมอนอย่างเสียมิได้
หลังจากนั้น เขายอมนอนห้องหนังสือ ดีกว่ากลับเรือนหลัก
สิบกว่าปีที่เป็นสามีภรรยากัน ทั้งสองไม่ใคร่ได้มีกิจของสามีภรรยา
ในใจเขารักเพียงลูกพี่ลูกน้องสาว จางชิงหย่า ส่วนอนุสองคนหลังที่รับเข้ามา ก็มีส่วนละม้ายคล้ายนางอยู่บ้าง
"ทราบแล้ว" เหยียนซินตอบเรียบๆ
นางปิดหนังสือ
วันรุ่งขึ้น เหยียนซินกลับไปยังบ้านเดิม
เห็นนางกลับมาเพียงลำพัง ย่าก็แปลกใจ "ได้รับความอัดอั้นหรือ?"
"ไม่มีเจ้าค่ะ กลับมาเยี่ยมย่า" เหยียนซินซบกายข้างๆ "คิดถึงย่านัก"
ย่าลูบผมของนางอย่างอ่อนโยน "จูจูเอ๋อ ออกเรือนแล้วยังมาออดอ้อนอีก"
แล้วย่าพูดต่อว่า "ตระกูลเจียงไม่ดีกับเจ้า ก็บอกย่ามา ย่าจะไปหาเหตุผลกับพวกเขา ต่อให้ต้องสู้ด้วยกระดูกเก่าๆนี่ ย่าก็จะช่วยเจ้าเอง"
เหยียนซินยิ้มตอบ "หนูสบายดีเจ้าค่ะย่า เพียงกลับมาเยี่ยม"
นางเกิดโดยมารดาผู้ให้กำเนิดคลอดยาก ปู่ย่าจึงรับนางมาเลี้ยงดู ทะนุถนอมประหนึ่งไข่มุกและแก้ว
ชื่อเล่นนางคือ หมิงจู เป็นแก้วตาดวงใจของปู่ย่า
ปู่จากไปเมื่อปีก่อน
ตระกูลเหยียนเป็นตระกูลหมอสมุนไพรแห่งเมืองอี๋เฉิง มีร้านยาห้าร้าน ปู่ได้ทิ้งพินัยกรรมไว้เป็นพิเศษ ยกร้านยาบนถนนว่านอันให้แก่เหยียนซินเป็นสินติดตัว
เพียงแต่ ต่อมาร้านยาเกิดเรื่องขึ้น เจียงซื่อเฉียวเกรงจะต้องรับผิดชอบ จึงบีบบังคับให้นางขายมัน และครั้งนั้นนางยังเยาว์เกรงกลัวต่อภัย จึงขายไปจริงๆ
นางเสียใจไปชั่วชีวิต
นางผิดต่อเจตนาดีของปู่
ในชาติก่อน ย่าเองก็จากไปช่วงปลายปีนั้น เหยียนซินเพียงอยากอยู่เป็นเพื่อนนางให้นานขึ้น
"ย่า เมื่อก่อนหนูมีพี่สะใภ้เฉิงและปู้ซานเสี่ยวยาทู่ ไปไหนเสียแล้ว?" เหยียนซินถาม
ย่าตอบ "ยังทำงานอยู่ที่บ้าน"
"หนูจะพาพวกนางไปด้วย" เหยียนซินว่า "กลับไปจัดการสักหน่อย พี่สะใภ้เฉิงและปู้ซานยังคงจ้างโดยข้าเช่นเดิม"
ย่าลูบศีรษะนางด้วยความเอ็นดูอีกครั้ง "ควรจะมีคนที่เชื่อใจได้ช่วยเหลือเจ้าบ้าง"
เหยียนซินพิงอ้อมอกย่า "ย่าเจ้าคะ มีชีวิตอยู่ไปนานๆเถิด อาจในปีสองปีนี้ หนูจะกลับมาเป็นเพื่อนย่า"
ย่าไม่ได้คัดค้าน เพียงแต่ยิ้ม "พูดเป็นเด็กไป นังหนูนี่คงจะน้อยใจ แต่เจ้าไม่อยากพูด ย่าก็จะไม่ถาม"
น้ำตาร้อนผ่าวไหลเอ่อในตาของเหยียนซิน
ทางบ้านเดิมนั้นระยะนี้วุ่นวายมาก ประตูใหญ่กำลังทาสีแดงสด กำแพงล้อมรอบฉาบปูนขาวใหม่ ส่วนไม้ดอกในสวนก็กำลังตกแต่ง
ยุ่งยิ่งกว่าตรุษจีนเสียอีก
เหยียนซินปาดน้ำตา ถามย่าว่า "นี่กำลังยุ่งเรื่องอะไรเจ้าคะ?"
ย่าตอบ "เจ้าลืมเสียแล้วหรือ? เหยียนวั่นวั่น น้องเจ็ดของเจ้า จะหมั้นหมายแล้ว"
เหยียนซินจึงนึกเรื่องนี้ขึ้นมาได้
นางมีน้องสาวต่างมารดาคนหนึ่ง ชื่อ เหยียนวั่นวั่น
ชาติก่อน เหยียนวั่นวั่นแต่งงานกับจิ่งย่วนเจา ต้าเส้าช่วยแห่งจวนตูจุน
น่าแปลกนัก หลังจากเหยียนวั่นวั่นไปเมืองกว่างเฉิงคราหนึ่ง กลับมาก็คล้ำเสียดำปี๋
ขณะที่ผู้คนต่างพากันล้อเลียนว่านางคงแต่งงานไม่ได้ จิ่งย่วนเจา ต้าเส้าช่วยแห่งจวนตูจุน กลับมาสู่ขอนางถึงบ้าน
จากสู่ขอจนออกเรือน ทุกขั้นตอนล้วนเป็นไปตามธรรมเนียมสูงสุด
หลังจากนั้น จิ่งย่วนเจาก็เลื่อนขั้นสูงขึ้นเรื่อยๆ เหยียนวั่นวั่นเองก็สูงศักดิ์จนสุดเอื้อม
เหยียนวั่นวั่นและเหยียนซินไม่ลงรอยกันแต่ไหนแต่ไร
เหยียนซินแท้งสองครั้ง นอกจากเพราะนางเหนื่อยเกินไปจนร่างกายอ่อนแอแล้ว ยังเกี่ยวข้องกับเหยียนวั่นวั่นด้วยทั้งสิ้น
เหยียนวั่นวั่นผู้มีฐานะสูงส่ง มิได้น้อยครั้งที่สร้างปัญหากับเหยียนซิน นางแค้นที่ไม่อาจเหยียบเหยียนซินลงสู่ห้วงเหวได้
นี่ก็พอเข้าใจได้
เพราะเหยียนวั่นวั่นขโมยเคสผู้ป่วยของเหยียนซินไปหลายราย อ้างว่านางเป็นผู้รักษา จนได้รับสมญานามว่า "เส้าเสินอี"
นางมีนามไม่คู่ควรกับความจริง หลังแต่งงานเกรงว่าจะถูกเปิดโปง จึงอ้างเหตุผลร้อยแปด ไม่ยอมรักษาใครอีกเลย
ทั้งยังพยายามขัดขวางไม่ให้เหยียนซินรักษาคนไข้ด้วย
ชาติก่อน ร้านยาสินติดตัวของเหยียนซินเกิดเรื่องล่ะก็ เป็นฝีมือของเหยียนวั่นวั่นนั่นเอง
นางรู้สึกผิดในใจ อยากให้เหยียนซินตายจะได้ไม่เปิดโปงนาง แต่ก็อยากให้เหยียนซินมีชีวิตอยู่ ได้เห็นนางประสบความสำเร็จผยองเด่น
ครั้งปู่ย่ายังมีชีวิตอยู่ เหยียนซินเหนือกว่าเหยียนวั่นวั่นในทุกด้าน ช่างน่าเกลียดน่าชังนัก
เหยียนวั่นวั่นมีตำแหน่งไม่ต่ำในแวดวงสตรีชั้นสูงแห่งอี๋เฉิง ผู้คนต่างประจบนาง
แต่เหยียนซินได้ยินมาว่า ภายหลังนางก็ไม่ได้อยู่ดีนัก
แม่สามีไม่ชอบนาง สามีของนาง จิ่งย่วนเจา ก็ไม่ค่อยอยู่บ้าน แถมยังมีหญิงอื่นอยู่ข้างนอก เรื่องชู้สาวไม่ขาดสาย—นี่เป็นเพียงได้ยินมา เหยียนซินไม่รู้สถานการณ์จริงชัดเจนนัก
เหยียนวั่นวั่นไม่มีทายาทตลอดชีวิต และไม่กล้าไปมีเรื่องกับสามีผู้ทรงอำนาจล้นฟ้า
ดังนั้น นางจึงคอยหาเรื่องเหยียนซินไม่หยุดหย่อน
กระทั่งต่อมาเหยียนซินรู้จักกับสุภาพสตรีผู้สูงศักดิ์ท่านหนึ่ง สุภาพสตรีผู้นั้นช่วยหนุนหลังให้ เหยียนวั่นวั่นจึงหยุดมือ
ในชาตินี้ เหยียนวั่นวั่นก็จะหมั้นหมายกับจิ่งย่วนเจาอีกครั้ง
ในอีกสองปี เหยียนวั่นวั่นก็จะได้เป็นคุณนายน้อยแห่งจวนตูจุน
เหยียนซินค่อยๆ กำมือแน่น
"จะสามารถทำลายการแต่งงานของนางได้ไหม?"
เช่นนั้น เหยียนซินจะได้แก้แค้นให้ลูกสองคนที่ยังไม่ทันเกิด ทั้งยังลดปัญหาลงได้ถึงแปดส่วน
นางสามารถคาดเห็นได้ว่าในชาตินี้ เหยียนวั่นวั่นก็จะยังคงคอยทำร้ายนางไม่หยุด ทำให้นางไม่มีวันมีชีวิตที่สงบสุขได้
"แต่จะทำลายได้อย่างไร? ข้าไม่เคยพบจิ่งย่วนเจาเลย"
ก็น่าแปลก เหยียนวั่นวั่นชอบโอ้อวดเครื่องประดับ เสื้อผ้างดงาม และบริวารให้นางเห็นความมั่งคั่งทั้งปวง
ทว่าไม่เคยให้เหยียนซินได้พบจิ่งย่วนเจาเลยสักครั้ง
ไม่ใช่ว่าไม่เคยเจอ แต่เป็นเพราะหลายครั้ง เหยียนวั่นวั่นจงใจกีดกันไม่ให้เหยียนซินพบน้องเขย
"...ช่างไม่สมเหตุสมผล สิ่งที่เหยียนวั่นวั่นที่สุดควรโอ้อวด ไม่ใช่สามีของนางหรือ?"
จิ่งย่วนเจาหน้าตาอัปลักษณ์อย่างนั้นหรือ?
เพราะไม่รู้จักจิ่งย่วนเจา ทั้งไม่เข้าใจชีวิตแต่งงานของเขากับเหยียนวั่นวั่น ต่อให้คิดจะทำลายก็ไม่รู้จะเริ่มที่ไหน
เหยียนซินถอนใจในใจ
เส้นทางของการหวนคืนชีพนี้ ช่างเต็มไปด้วยภยันตรายทุกย่างก้าว
นางหลุบขนตา ซ่อนความอาฆาตในแววตาไว้มิให้เล็ดลอดแม้แต่น้อย
ที่บ้านกำลังวุ่นวาย เหยียนซินนั่งอยู่กับย่าสักพักก็ออกจากคฤหาสน์เหยียน ไม่ได้ไปทักทายบิดาหรือมารดาเลี้ยง
นั่งรถลากกลับมา เห็นร้านขนมอบแห่งหนึ่ง กำลังขายขนมถั่วเหลืองนึ่งสดใหม่
เหยียนซินชอบขนมนี้มาก ต่อมาเถ้าแก่ร้านนี้ล้มป่วยตาย ร้านปิดกิจการลง นางก็ไม่เคยได้กินอีกเลย
นางจึงให้คนลากรถหยุด
เข้าไปในร้าน รู้สึกว่าบรรยากาศไม่ค่อยปกติ
ถามพนักงานขอขนมถั่วเหลืองนึ่ง เด็กหนุ่มตัวสั่นเล็กน้อย
เหยียนซินไม่รู้สาเหตุ
ได้รับขนมถั่วเหลืองนึ่งมาแล้ว จ่ายเงินแล้ว ยังไม่ทันออกจากร้าน ก็ถูกจับตัวโยนเข้าคุก
— นางซวยเข้าเรื่องโดยบังเอิญ ไปพัวพันกับการจับสายลับของรัฐบาลทหาร
รหัสลับก็คือ ขนมถั่วเหลืองนึ่ง
"ชาต่อนข้าไม่เคยเจอเรื่องนี้"
เหยียนซินถูกขังรวมกับสตรีวัยสี่สิบปีผู้หนึ่ง
สตรีนางนั้นตัวสั่นเทาอยู่ตลอด ส่วนเหยียนซินก้มหน้ามองหลังเท้าตนเองเหม่อลอย
เส้นทางโชคชะตา กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างเงียบๆ
เรื่องร้าย ก็มิใช่ว่าจะมีผลเลวร้ายเสมอไป
นางถูกขังอยู่เกือบครึ่งวัน ในที่สุดก็มีคนมา
นายทหารหนุ่ม สวมเครื่องแบบสีเทาเหล็ก รองเท้าบูตทหารเปรอะเปื้อนโคลน สีหน้าเย็นชา
