สวีอิ่งฮุยถูกเรียกชื่อขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว รู้สึกเหมือนหนังศีรษะระเบิดดัง “ปัง” อยากจะมุดลงไปใต้โต๊ะให้รู้แล้วรู้รอด
ตั้งแต่เสิ่นเนี่ยนเหอปรากฏตัว เขาก็พยายามสวมบทคนล่องหนมาตลอด
ไม่คิดว่าสุดท้ายจะยังถูกดาวร้ายคนนี้ลากออกมาประจานต่อหน้าคนอื่น
คนอื่น ๆ ได้ยินแล้วต่างชะงักไป ก่อนจะได้สติในทันที
สายตาหลากหลาย ทั้งประหลาดใจ สงสัยใคร่รู้ และกระจ่างแจ้ง กวาดไปมาระหว่างเสิ่นเนี่ยนเหอกับสวีอิ่งฮุย
หลายวันก่อน ข่าวที่ลือกันสนั่นไม่ใช่เรื่องที่จ้าวเมิ่งไอ้โง่นั่นไปแย่งคนของลู่จินอันหรอกหรือ?
ทำไมฟังจากที่เสิ่นเนี่ยนเหอพูดแล้ว เหมือนเบื้องหลังจะมีสวีอิ่งฮุยพัวพันอยู่ด้วย?
เซี่ยหลิน หวังอวี้ และคนอื่น ๆ ไม่ใช่คนโง่ พอคิดทบทวนเล็กน้อย ประกอบกับสถานการณ์ตรงหน้า ก็เข้าใจเบื้องลึกเบื้องหลังได้อย่างรวดเร็ว
เรื่องนี้คงไม่ได้เป็นแค่การไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงอย่างที่เห็น
ตอนเสิ่นเนี่ยนเหอเอ่ยปากชี้เป้าไปทางสวีอิ่งฮุยอย่างอ้อม ๆ สายตาของลู่จินอันก็จับอยู่ที่เธอแล้ว
แววตาของเขาลุ่มลึก ดวงตาแฝงการพินิจพิจารณาที่เกือบจะเย็นชา ราวกับกำลังประเมินผู้ร่วมมือที่ดู “ว่าง่าย” คนนี้ใหม่อีกครั้ง ทว่ามุมปากกลับยกขึ้นน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น ก่อเกิดเป็นรอยยิ้มจาง ๆ ที่เปี่ยมความหมาย
ราวกับกำลังพูดว่า
กล้าไม่เบานี่
เสิ่นเนี่ยนเหอรู้ดีว่าตัวเองกำลังเดินหมากเสี่ยง
เรื่องจ้าวเมิ่ง หลังจากลู่จินอันลงมือสั่งสอนไปแล้ว ตามเหตุผลก็ควรพอแค่นั้น ถือว่าให้คำตอบกับเขาแล้ว ทั้งยังรักษาหน้าของคุณชายลู่ไว้ด้วย
แต่เธอกลับเลือกฉวยโอกาสนี้ ลากสวีอิ่งฮุยที่อยู่เบื้องหลังออกมาต่อหน้าคนมากมาย
