ทั้งสามคนเดินกลับบ้านต่อ
“คนเมื่อกี้คือลุงสามเหรอ”
“อืม ลุงสามนิสัยดี ดีกับพวกเรา คนที่เดินตามหลังมาคือเต๋อเป่า”
“บ้านลุงสามมีลูกกี่คน”
“นอกจากเต๋อเป่าก็มีพี่สาวอีกสองคน พี่ลานฮวากับพี่วั่งตี้”
มีลูกตั้งสามคน ไม่แปลกที่ชีวิตจะลำบาก จุดเด่นที่สุดของเสื้อผ้าคนในหมู่บ้านนี้คือรอยปะ แม้แต่คนที่เจอตรงเชิงเขาเมื่อวาน เสื้อผ้าก็มีรอยปะเต็มไปหมด
“เสี่ยวซู่ ปกติพวกเจ้าไปทำงานที่บ้านลุงสาม ทำอะไรกันบ้าง”
“บ้านลุงสามเลี้ยงหมู ต้องไปตัดหญ้าหมูก่อน พอกลับมาก็ช่วยสับให้ละเอียดแล้วต้มให้หมูกิน จากนั้นส่วนใหญ่ก็ทำงานในไร่นา”
“ไม่ใช่ว่ามีพี่สาวสองคนด้วยเหรอ พวกเขาทำอะไรกัน”
“พี่สาวต้องขึ้นเขาไปตัดฟืน บางทีก็ต้องตำฟาง แล้วก็ต้องทำงานในไร่นาด้วย”
“ตำฟางไปทำไม”
“เอาไว้ซ่อมหลังคาเวลาฝนรั่วน่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ต้องเตรียมไว้เหมือนกันไม่ใช่เหรอ” บ้านที่พวกเธออยู่ให้ความรู้สึกปลอดภัยกับเธอแทบไม่ได้เลย
“หลังคาสูงเกินไป ป้ายเฟิงไม่ให้พวกเราขึ้นไป บ้านเราฝนตกแล้วหลังคารั่วก็ปล่อยให้รั่วไป แต่ตอนนี้แม่หายดีแล้ว น่าจะซ่อมสักหน่อย เพียงแต่แม่คะ แม่ซ่อมหลังคาเป็นไหม”
โจวฉงเห็นเสี่ยวซู่มองเธออย่างคลางแคลงใจ จึงตบอกดังป้าบ “เป็นสิ ถ้าไม่เป็นก็เรียนรู้ได้ไม่ใช่เหรอ เจ้าทำให้แม่นึกขึ้นมาได้ พรุ่งนี้แม่จะไปตัดฟาง ส่วนวิธีตำ พวกเจ้าสอนแม่ก็แล้วกัน”
“ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้พี่ชายไปช่วยลุงสามทำงาน หนูพาแม่ไปตัดฟางเอง”
ทั้งสามคนกลับถึงบ้านอย่างรวดเร็ว
