บทที่ 2 ทะลวงขั้น! นามอัจฉริยะ
หกปีต่อมา
ราชวงศ์ต้าเฉียน หนึ่งในเมืองสำคัญแดนเหนือ
เมืองชิงหยวน ภายในตรอกชิงหลิว
ณ ลานประลองของเรือนรองหลังที่สาม มีเสียงชื่นชมอย่างหนักแน่นดังขึ้น
“ไม่เลว กระบวนท่าดาบพื้นฐานนี่ถึงขั้นสมบูรณ์แล้ว!”
หลิวซิงเซิ่งนอนเอกเขนกบนเก้าอี้ผ้าใบบริเวณขอบลานฝึก อยู่ในชุดออกกำลังกาย แขนข้างเดียวอุ้มเด็กน้อยไว้ แววตาเปี่ยมรอยยิ้ม
“พี่ช่าง เก่งจัง~”
เสียงเล็ก ๆ อ่อนหวานดังขึ้น เด็กน้อยในอ้อมแขนดิ้นไปมาและปรบมือ
ณ ลานประลอง
ลั่วเฉินถอนหายใจยาว
เวลาหกปี เขาติดตามหลิวซิงเซิ่งมาใช้ชีวิตในเมืองใหญ่นี้
ดังที่เขาเคยสัญญาไว้ หลิวซิงเซิ่งดูแลเขาดุจลูกในไส้
แม้เมื่อสี่ปีก่อน หลิวซิงเซิ่งกับคุณป้าจะได้ลูกสาวหนึ่งคน ก็ไม่เคยบกพร่องต่อเขาเลยแม้แต่น้อย
เพื่อให้เขาวางรากฐานได้ดี ทุกเดือนใช้เงินหลายสิบตำลึงซื้อของบำรุงร่างกายให้เขา
บัดนี้หกปีผ่านไป วันนี้เขาบรรลุนิติภาวะ รากกระดูกประกอบสมบูรณ์แล้ว
วิถียุทธ์ พลังเหนือธรรมดาของโลกนี้
หลิวซิงเซิ่งลุกขึ้น อุ้มเด็กน้อยเดินมาหาคนข้างกาย
มองเบื้องหน้าเด็กหนุ่มรูปงามสง่า รูปร่างสูงโปร่ง
หลิวซิงเซิ่งเอ่ยด้วยความพอใจ
“พรสวรรค์ของเจ้าดีกว่าข้ามากนัก แถมยังมีสติปัญญาเป็นเลิศ หากเวลาเปลี่ยนไป วันหนึ่งต้องเหนือกว่าข้าแน่”
“แต่อย่าหลงระเริง จงจำไว้ เหนือฟ้ายังมีฟ้า!”
“ท่านลุงหลิว ข้าเข้าใจ!”
ลั่วเฉินพยักหน้าเบา ๆ รู้ว่ากำลังเตือนตน
“พี่ช่าง อุ้มหน่อย!”
ระหว่างที่ทั้งสองพูดกัน เด็กน้อยในอ้อมแขนของหลิวซิงเซิ่งก็ไม่อยู่นิ่งอีก ยื่นแขนเล็ก ๆ เอนตัวไปทางลั่วเฉิน
“เหยาเหยา”
ลั่วเฉินมองเด็กน้อย มุมปากก็ยกยิ้มขึ้นเอง
เอื้อมมือรับเข้ามาอุ้มไว้ในอ้อมแขน
ทั้งสามคนเดินไปตามระเบียงสู่ห้องหนังสือ
ในห้องหนังสือ
หลิวซิงเซิ่งหยิบตำราลับเล่มหนึ่งส่งให้ลั่วเฉิน
“หนทางวิถียุทธ์ ขั้นแรกคือหลอมกาย แบ่งเป็นการหลอมใหญ่สี่ขั้น!”
“หนึ่งหลอมหนัง! หลอมขัดเกลาเยื่อหนังของร่างกาย ให้เยื่อหนังเหนียวแน่นเป็นพิเศษ แข็งแกร่งดั่งหนังวัว ยกระดับการป้องกันของร่างกาย”
“สองหลอมกระดูก! หลอมขัดเกลากระดูกทั่วร่าง กระดูกสันหลังดุจมังกร แขนขาแข็งแกร่ง หลอมกระดูกสำเร็จยกแขนข้างเดียวปัดได้หนึ่งหมื่นแปดพันชั่ง นักยุทธ์อัจฉริยะยิ่งสูงกว่านั้นหลายเท่า”
“สามปรับเอ็น! หลอมขัดเกลาเส้นเอ็นทั่วร่าง สำเร็จแล้วมีความเร็วสูง ยังมีพลังระเบิดเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า”
“สุดท้ายเคลื่อนโลหิต หมุนเวียนพลังลมปราณทั่วร่าง หลอมรวมบ่มเพาะฐานราก นักยุทธ์ระดับนี้แทบไม่เหมือนคนธรรมดา ทุกอิริยาบถล้วนมีพลังอำนาจยิ่งใหญ่!”
หลิวซิงเซิ่งพูดขึ้นมามากมายรวดเดียว ยกถ้วยชาขึ้นดื่มอึกหนึ่ง รอให้ลั่วเฉินทำความเข้าใจ
ลั่วเฉินประมวลข้อมูลในใจอย่างรวดเร็ว แม้จะเคยได้ยินมาบ้างในหกปีนี้ แต่ก็ไม่มีครั้งใดละเอียดลออเท่าท่านลุงหลิวอธิบายในครั้งนี้
ครู่หนึ่ง
ลั่วเฉินเงยหน้าขึ้น มองไปยังแขนซ้ายที่ว่างเปล่าของหลิวซิงเซิ่ง เอ่ยถามเบา ๆ
แขนที่ขาดนี่เกิดขึ้นเมื่อสามปีก่อน ตอนที่หลิวซิงเซิ่งออกปฏิบัติภารกิจ
ช่วงนั้นเหยาเหยาเพิ่งเกิดไม่นาน ห่วงหน้าพะวงหลังมากเกินไป เขาจึงบาดเจ็บสาหัส และหลิวซิงเซิ่งก็ถอนตัวออกจากกองบัญชาการปราบมาร
“เช่นนั้น… ท่านลุงหลิวอยู่ขั้นไหนหรือ?”
“ฮ่า ๆ ๆ ข้าเองก็เคยเป็นฝีมือดีคนหนึ่งในกองบัญชาการปราบมาร เป็นถึงขุนพลปราบมารขั้นสูงสุดเคลื่อนโลหิตน่ะ!”
หลิวซิงเซิ่งหัวเราะลั่น สำคัญใจอย่างยิ่ง ทว่าแววตากลับแฝงไปด้วยความห่อเหี่ยว
เมื่อสามปีก่อนไล่ล่าอสูรตนนั้น ไม่ใช่แค่เสียแขนข้างเดียว ยังบาดเจ็บถึงรากฐาน
หนทางวิถียุทธ์ถูกตัดขาด
ในใจของเขาหาได้เบาสบายเหมือนที่แสดงให้คนในครอบครัวเห็นเลย
บ่ายวันนั้น ลั่วเฉินพูดคุยกับหลิวซิงเซิ่งในห้องหนังสือมากมาย
เติมเต็มข้อสงสัยมากมายที่เคยมี
จวบจนพลบค่ำ จึงถูกคุณป้าเรียกไปกินข้าว
……
คืนนั้น
ลั่วเฉินกลับถึงห้องของตน นั่งขัดสมาธิบนเตียง หลับตาครุ่นคิด
ในสมอง มีข้อมูลหลายอย่างปรากฏขึ้น
【เคล็ดวิชา: วิธีหายใจสุริยันแดง (เริ่มไม่เป็น)】
【จะใช้พลังชีวิตเพื่อทำการอนุมานฝึกฝนหรือไม่!】
“วิธีหายใจสุริยันแดงเป็นวิชาชั้นสูงที่กองบัญชาการปราบมารใช้สำหรับวางรากฐาน ท่านลุงหลิวเคยเสียสละยิ่งใหญ่เพื่อกองบัญชาการปราบมาร จึงได้รับอนุญาตให้ถ่ายทอดในตระกูลได้ แต่ห้ามแพร่งพรายภายนอก”
ลั่วเฉินสูดลมหายใจลึก เขารู้ว่าจุดเริ่มต้นของตนแซงหน้านักยุทธ์มากมายแล้ว
“อัจฉริยะงั้นหรือ!”
พึมพำเสียงเบา ลั่วเฉินหวนนึกถึงคำชื่นชมของท่านลุงหลิวที่มีต่อเขา
เขาไม่อาจปฏิเสธ ตัวเองอาจมีพรสวรรค์อยู่บ้าง แต่ไม่มีทางบรรลุวิชาดาบพื้นฐานถึงขั้นสมบูรณ์ภายในสิบวันเด็ดขาด
แต่เขาทำไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าโกงของเขาจะทำไม่ได้
เปิดโกง!
“ใช้พลังชีวิตสิบปีอนุมานวิธีหายใจสุริยันแดง!”
【เจ้าฝึกฝนวิธีหายใจสุริยันแดงหนึ่งปี วิชาหายใจเริ่มเข้าขั้น ลมหายใจยาวนานและร้อนแรง แข็งแกร่งและหยางถึงขีดสุด】
【เจ้าฝึกฝนวิธีหายใจสุริยันแดงห้าปี วิชาหายใจบรรลุขั้นสูง ระดับหลอมหนังเอื้อมถึงเพียงปลายนิ้ว】
【เจ้าฝึกฝนวิธีหายใจสุริยันแดงสิบปี วิชาหายใจบรรลุถึงขั้นสมบูรณ์ ด้วยวิชาหายใจขั้นสมบูรณ์ฝึกฝน สามวันสามารถก้าวสู่ขั้นหนึ่งหลอม!】
ฟู่!
ในห้อง ลั่วเฉินลืมตาขึ้นทันที
ลมหายใจที่ยาวนานและร้อนแรงถูกขับออกจากจมูกและปากของเขา ราวกับแผดเผาแรงกล้า
ความทรงจำและประสบการณ์ในการฝึกวิธีหายใจสุริยันแดงตลอดสิบปีปรากฏขึ้นในหัวสมองอย่างรวดเร็ว
เหมือนมีมาแต่กำเนิด ไม่ติดขัดแม้แต่น้อย
ในขณะที่หายใจเข้าและออก กระแสไออุ่นสายแล้วสายเล่าไหลเวียนผ่านแขนขาทั่วร่าง ในที่สุดก็รวมลงสู่ทะเลทุกข์ในท้องน้อย
ตามข้อมูลที่ปรากฏในสมอง ด้วยวิธีหายใจสุริยันแดงขั้นสมบูรณ์ เขาก้าวสู่ขั้นหนึ่งหลอมได้ภายในสามวัน
นี่แม้จะเป็นผลจากวิทยายุทธ์ขั้นสมบูรณ์ แต่ก็เป็นเพราะยาบำรุงหลายสิบตำลึงต่อเดือนตลอดหลายปีนี้ด้วย
【เคล็ดวิชา: วิธีหายใจสุริยันแดง (สมบูรณ์)】
【พลังชีวิตปัจจุบัน: 16/145】
“ครั้งก่อนวิชาดาบพื้นฐานใช้พลังชีวิตไป 3 ปี ครั้งนี้ก็ใช้อีก 10 ปี
ข้าสามารถใช้พลังชีวิตโดยตรง เพื่ออนุมานระดับขั้นได้เหมือนกัน!
แต่ไม่จำเป็น”
ลั่วเฉินพึมพำ เขาต้องสร้างภาพลักษณ์อัจฉริยะขึ้นมาให้ตัวเอง
แต่ก็ต้องไม่เหนือธรรมชาติจนเกินไป!
ชักนำความโลภมา!
ต่อไปข้างหน้าควรหาวิชาอำพรางมาฝึกสักอย่าง ทำสิ่งใดก็ต้องเก็บไพ่ตายไว้เสมอ
……
สามวันต่อมา
ลั่วเฉินเผชิญตะวันยามเช้า หายใจเข้าและออก หว่างที่ช่วงอกกระเพื่อมขึ้นลง ลมหายใจโดยรอบก็ยิ่งร้อนแรงและพองขยายขึ้น
หลิวซิงเซิ่งยืนอยู่ที่ขอบนอกลานประลอง ตกตะลึงถึงขั้นลุกพรวดจากเก้าอี้ แววตาค่อย ๆ เคร่งเครียด
“วิชาหายใจนี้ เกรงว่าจะบรรลุขั้นสูงหรือไม่ก็สมบูรณ์แล้ว!”
“สติปัญญาเป็นเลิศ!”
สติปัญญาและพรสวรรค์ของลั่วเฉินเหนือความคาดหมายของเขาเสียแล้ว เทียบเท่าได้กับบุตรหลานตระกูลใหญ่ในแดนเหนือ
ทันใดนั้น
ลานประลองกลางเกิดพายุหมุน เสียงลมหายใจร้อนแรงดังถี่ขึ้นเรื่อย ๆ
ลั่วเฉินรู้สึกเพียงว่าภายในร่างเกิดพลังลมปราณอันร้อนแรงและทรงพลังหลายเส้น นี่เป็นครั้งแรกที่เขารับรู้ถึงพลังเหนือธรรมดาได้อย่างชัดเจน
บนเรือนร่าง ผิวหนังขาวสะอาดเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจ
เยื่อหนังเริ่มแข็งแกร่ง ภายในร่างเกิดพลังลมปราณเก้าเส้น การทะลวงขั้นจึงสิ้นสุดลง
ขั้นหนึ่งหลอม ระดับหลอมหนัง!
ในลานประลอง ลั่วเฉินรู้สึกถึงแรงกายอันทรงพลัง ดวงตาเปี่ยมรอยยิ้ม
“เฉินเอ๋อ พรสวรรค์จากสวรรค์ประทานแท้ ๆ”
หลิวซิงเซิ่งตื่นเต้นยิ่งกว่าลั่วเฉินเสียอีก เข้ามาตบไหล่เด็กหนุ่ม
“ไป วันนี้ให้คุณป้าเจ้าจัดโต๊ะอาหารอร่อยมาฉลองกันสักหน่อย”
“ฮ่า ๆ ๆ!”