หู่จื่อนั่งยองอยู่ตรงมุมเกือบจะเป็นลมแดดอยู่แล้ว แต่กลับเห็นซูจินเล่อยืนอยู่ตรงนั้น ใบหน้าเล็กขาวเนียนมีเหงื่อซึม เธอใช้แขนเสื้อเช็ดเป็นครั้งคราว ใครก็ตามที่เดินออกจากคณะนาฏศิลป์ เธอจะเข้าไปแนะนำตัวให้ทุกคน
อากาศร้อนเกินไป คอของเธอแห้งผาก บวกกับติดอ่างนิดหน่อย เหงื่อชุ่มเส้นผม ดูทุลักทุเล "คะ...คุณคะ คุณต้องการชุดการแสดงไหมคะ นี่ฉันทำเอง ถ้าสนใจลองดูได้นะคะ..."
แต่ส่วนใหญ่ก็แค่มองเธอด้วยความสงสัย ไม่มีสักกี่คนที่เข้ามาถาม ชุดการแสดงทางคณะเป็นคนเตรียมให้อยู่แล้ว ต่อให้พวกเขาออกไปแสดงข้างนอกเอง ที่บ้านก็มีเสื้อผ้า ไม่มีทางซื้อตามข้างถนนหรอก
หู่จื่อมองแล้วใจเต้นระส่ำ ผู้การซ่งยังบอกว่ายัยหนูจินเล่อบอบบางเกินไป ไหนเลยจะบอบบางกัน เขาเป็นผู้ชายแท้ ๆ ยังทนไม่ไหว แต่เธอกลับยืนหยัดอยู่ตรงนั้นไม่ยอมถอย
จนกระทั่งพระอาทิตย์ทางตะวันตกใกล้จะตกดิน ซูจินเล่อก็ถอนหายใจในที่สุด เธอคิดเข้าข้างตัวเองเกินไป ไม่มีประสบการณ์ค้าขาย ช่วงแรกตรากตรำขาดทุนก็สมควรแล้ว ชุดนี้ดูท่าจะหมดหวังจริง ๆ
ทางเดียวในตอนนี้คือลองดูว่าจะปรับเป็นชุดลำลองแล้วขายออกไปได้ไหม
เธอเพิ่งวางมือลง เตรียมจะพับชุดใส่กระเป๋ากลับบ้าน ทันใดนั้นก็มีรองเท้าหนังหัวมนคู่หนึ่งปรากฏตรงหน้า ตามด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัย "หนูน้อย เธอกำลังขายเสื้อผ้าอยู่หรือจ๊ะ"
ซูจินเล่อเงยหน้าขึ้น ก็พบหญิงวัยสามสิบต้น ๆ คนหนึ่ง สวมชุดกระโปรงสีอ่อน เกล้าผมไว้ด้านหลัง ดูสง่างามน่าเอ็นดู แววตากำลังจับอยู่ที่ชุดการแสดงในมือของเธอ
