เธอก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ กลับไปที่ห้องของตัวเองแล้วนับเงินอย่างละเอียดอีกรอบ จากนั้นก็ปูผ้าที่ซื้อมาใหม่ลงบนโต๊ะ กะขนาดตามสัดส่วนของเฉียวเฟิ่งเสียแล้ววาดแนวตัด เตรียมจะตัดให้เสร็จคืนนี้ พรุ่งนี้จะได้เย็บต่อได้เลย
ตอนนั้นเองหลินหยุนก็กลับมา ปกติเธอจะรวบผมให้เรียบร้อย แต่วันนี้กลับปิดบังใบหน้าครึ่งหนึ่งเข้ามา แถมยังก้มหน้าต่ำเป็นพิเศษ
ซูอี้อันสังเกตเห็นความผิดปกติของเธอ ขมวดคิ้วถาม "แม่ หน้าแม่เป็นอะไร"
หลินหยุนรีบยกมือปิดไว้ ฝืนยิ้ม "ไม่มีอะไร แค่ลื่นล้มน่ะ"
ซูจินเล่อก็สังเกตเห็นเหมือนกัน ขมวดคิ้วขยับเข้าไปใกล้ "ให้หนูดูหน่อย"
หลินหยุนเบี่ยงตัวไปด้านข้าง ไม่อยากให้ใครเห็น อ้างว่าข้าวในครัวยังทำไม่เสร็จ แล้วก็รีบออกไป
แต่พอคนในครอบครัวนั่งล้อมวงกินข้าวด้วยกัน ถึงเธอจะสยายผมและก้มหน้า ก็ยังมีคนอื่นมองออกว่าผิดปกติ
ซูเวยหัวที่ปกติแล้วอ่อนโยน มือสั่นเล็กน้อย เขาเชยคางภรรยาขึ้น ในดวงตามีทั้งความเจ็บปวดและโทสะ "ใครลงไม้ลงมือกับเธอ"
ซูจินเล่อถึงได้เห็นชัดๆ บนหน้าแม่มีรอยตบที่ไม่ค่อยชัดเจนนัก ถึงจะจางลงแล้วแต่ก็ยังมองเห็นร่องรอย
หลินหยุนยกมือปิดหน้าแล้วหัวเราะ "ไม่เป็นไรๆ วันนี้ตอนยกกับข้าวให้ลูกค้าเผลอทำจานแตก ลวกโดนเขา เป็นความผิดฉันเอง เถ้าแก่จะโกรธก็สมควรแล้ว ตบไม่เจ็บสักหน่อย พวกแกทำอะไรกันน่ะ รีบกินข้าวเถอะ"
แต่ตีที่ไหนก็ได้ ทำไมต้องตบหน้า! จะขอโทษหรือชดใช้ก็ว่าไป ไฉนถึงตบหน้าคนอื่น!
หน้าจิ้มลิ้มของซูจินเล่อแดงก่ำด้วยความโกรธ "หนูจะไปหาเขา!"
