ซ่งฉือซวี้กระแอมเบา ๆ ท่ามกลางแสงแดด เขาสบตาคู่โตสดใสของซูจินเล่อที่ทั้งกระจ่างและอ่อนหวาน ดำขาวตัดกันชัดราวกับมีตะขอเกี่ยวเขาไว้ จู่ ๆ เขาก็ชะงักกึก หัวใจเต้นช้าลงครึ่งจังหวะ
แต่จะว่าไปแล้ว อี้อันกลัวน้องสาวตัวเองร้องไห้ เขาก็เลยไม่กล้าทำให้เด็กสาวต้องเสียน้ำตา ทางบ้านเขาเองก็เร่งรัดเรื่องแต่งงานมาหลายครั้งแล้ว แต่เขาไม่เคยคิดเรื่องพวกนี้เลย
เขาพอรู้จักตัวเองดี เขาไม่ใช่ผู้ชายเจ้าชู้ พอได้แต่งมีภรรยาแล้วจะต้องดูแลอย่างจริงใจแน่ ๆ ยิ่งถ้าภรรยาคนนั้นเป็นน้องสาวของเพื่อนรัก เขาก็จะยิ่งดีกับเธอมากขึ้นเท่านั้น
ถ้าเป็นแบบนี้ ซูอี้อันก็คงไม่ถึงกับหักขาเขาหรอก
ส่วนทางบ้านพ่อ เขาพูดง่าย ส่วนแม่นี่สิค่อนข้างรับมือยากหน่อย แต่เขาจะไปคุยกับแม่ให้ดีก่อน เด็กสาวนิสัยอ่อนโยน ถึงจะเป็นคนในครอบครัวตัวเอง ก็จะไม่ยอมให้ใครมารังแกเธอ
ภารกิจจับกุมวันนี้สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการแล้ว เขามีวันหยุดสิบห้าวัน จากนั้นก็ต้องกลับไปประจำการที่หน่วยอีก ถ้าช่วงนี้ตกลงหมั้นหมายกันได้ก็ดีไป ถ้าหมั้นไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ถ้ามีโอกาสว่างเมื่อไหร่ก็จะแวะมาหาเธอ
แบบนี้เธอก็คงไม่ร้องไห้แล้วสินะ ไม่แน่อาจดีใจจนโผเข้ามากอดเขาเลยก็ได้?
ซ่งฉือซวี้เองก็เริ่มหน้าแดงเล็กน้อย เขาสังเกตดูสภาพแวดล้อมใกล้ ๆ เพราะยังไม่ถึงเวลาเลิกงาน ก็เลยไม่มีคนมากนัก แต่ถ้ามีคนมาเห็นเข้าก็ไม่ดีอยู่ดี
เขาคิดหลายอย่าง แต่จริง ๆ ก็แค่ชั่วเวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีเท่านั้น
ซูจินเล่อก็เรียบเรียงคำพูดได้แล้ว เธอเคยได้ยินพี่ชายเล่าเรื่องครอบครัวของซ่งต้าเกอให้ฟัง เป็นบ้านที่มีหน้ามีตาในจิงเป่ย บ้านแบบนี้เธอไม่เคยแม้แต่จะคิดถึง แน่นอนว่านี่ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร
