จ้าวจืออวิ้นก้มตามอง สีหน้าอ่านไม่ออก เธอเอ่ยช้า ๆ ราวกับยอมรับแล้วว่า “ฉันแต่งงานกับคุณได้ ป้าหยุนกับคุณอาซูเป็นคนดี ฉันยินดีดูแลพวกท่านให้ดี...”
เธอหยุดไปครู่ใหญ่ ก่อนจะเอ่ยคำว่า ‘ปรนนิบัติ’ ออกมาอย่างยากลำบาก
“แต่เรื่องทางบ้านฉัน คุณต้องเตรียมใจไว้ให้ดี พ่อแม่ฉันอาจเรียกร้องเกินไป”
พูดจบ เธอก็กัดริมฝีปาก “ฉันยังมีเงินเก็บอยู่หลายร้อยหยวน ถึงตอนนั้นจะยกให้คุณทั้งหมด คุณเอาไปเป็นสินสอดให้พวกเขาก็พอ”
แต่งงานกับซูอี้อันก็ดี ถือเสียว่าเป็นการไถ่บาป ต่อให้ต้องเป็นแม่บ้านรับใช้ ก็ยังดีกว่าอยู่ที่บ้าน...
ซูอี้อันปล่อยมือจากเธอ ไม่ได้พูดอะไร ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
ตอนนั้นเอง ซูจินเล่อทนไม่ไหว เคาะประตูจากด้านนอก “พี่คะ คุยกับพี่จืออวิ้นเสร็จหรือยังคะ เธอเป็นเพื่อนฉันนะคะ มีเรื่องอะไรก็คุยกันดี ๆ สิ...”
ซูอี้อันมองเธออย่างสงบนิ่ง “ฉันเป็นคนบอกเล่อเล่อเองว่าเธออาจเกี่ยวข้องกับปัญหาทางการเมือง ถึงได้ให้เล่อเล่อหลอกเธอ อย่าโทษเธอเลย”
แววตาของจ้าวจืออวิ้นว่างเปล่า “ฉันไม่โทษหรอก”
ซูจินเล่อเดินวนไปวนมาอยู่ข้างนอกอย่างร้อนใจ พี่ชายไม่ได้บอกหรือว่าจะออกมาหลังจากถามเสร็จ แล้วทำไมถึงยังอยู่ในห้องนานขนาดนี้? หรือว่าจะรังแกพี่จืออวิ้นจริง ๆ ถึงเธอจะเชื่อในความประพฤติของพี่ชาย แต่พี่จืออวิ้นสวยขนาดนั้นเชียวนะ!
หรือพี่จืออวิ้นจะเกี่ยวข้องกับปัญหาทางการเมืองจริง ๆ? ถ้าเป็นอย่างนั้น...
ขณะที่เธอกำลังกลุ้มใจ ประตูห้องก็เปิดออกในที่สุด คนที่ออกมาก่อนคือซูอี้อัน สีหน้าสงบนิ่ง มองไม่ออกว่ามีอะไรผิดปกติ
