ต้าเผิงที่อยู่ข้าง ๆ คิดว่าคุณยายกลัวตนจะรังเกียจ จึงรีบเอ่ยปาก “แม่ครับ แม่อุตส่าห์เลี้ยงเสี่ยวเสียมาจนโต การที่หล่อนจะเลี้ยงดูแม่ก็เป็นเรื่องที่สมควร แม่มีเงินก็เก็บไว้ใช้เองเถอะ พวกเราไม่เอา!”
นั่งอยู่ในบ้านที่สว่างสดใส ป้าอู๋ดูสดชื่นขึ้นมาก นางพูดยิ้ม ๆ ว่า “ข้าทำงานให้บ้านของจินเล่อ ก็หาเงินได้วันหนึ่ง ๆ”
อู๋เสียถอนหายใจโล่งอก พลางยิ้มปลอบใจนาง “หาได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น ขอแค่แม่แข็งแรงดีก็พอ”
นางก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก เพราะถ้าแม่หาเงินได้มากมาย พี่ชายคนโตกับคนที่สองก็คงไม่ผลักไสไล่ส่งกัน ให้ตนพาแม่กลับมา…
ซูอี้อันเริ่มฝึกฟื้นฟูร่างกายที่โรงพยาบาลแล้ว ส่วนซูจินเล่อก็ตัดเย็บเสื้อผ้าอยู่บ้านอย่างสบายใจ มีพี่เจวียนมาช่วย อีกทั้งตอนกลางคืนนางยังเร่งมือทำงานล่วงเวลาอีก ดังนั้นภายในหนึ่งสัปดาห์ ชุดการแสดงทั้งหมดก็ตัดเสร็จเรียบร้อย
ระหว่างไปส่งเสื้อผ้าที่โรงงานเหล็กกล้าให้จ้าวอวี้หลาน ก็ผ่านร้านเสื้อผ้าของหลิวหงเหมยพอดี เห็นพี่ลี่และเสี่ยวอู๋ก็อยู่ด้วย ดูเหมือนกำลังโต้เถียงกันเรื่องอะไรสักอย่าง นางไม่แม้แต่จะหยุด ควบจักรยานผ่านไปเลย
ได้ยินเสียงพี่ลี่ที่หยิ่งยโสดังแหลมมาแต่ไกล “นี่เป็นบ้าอะไร ผ่านมาตั้งนานแล้ว ยังตัดชุดไม่เสร็จอีก!”
หลิวหงเหมยยิ้มอธิบาย “พี่ลี่ เรื่องที่ฉันทำ พี่ไม่วางใจหรือไง ก็แค่อยากให้ละเอียดลออหน่อย ให้พวกสมาชิกของคณะนักร้องใส่แล้วออกมาสวยไม่ใช่หรือ?”
พี่ลี่ถึงมีสีหน้าดีขึ้นบ้าง “แต่จะถ่วงเวลาต่อไปอีกไม่ได้แล้ว เหลืออีกสามวันก็จะแข่งแล้ว เกิดตอนนั้นลองใส่แล้วไม่พอดีตัวจะทำยังไง?”
