นานกงถังกำลังนั่งยอง ๆ อยู่ข้างกองไฟด้วยความหงุดหงิด โดยไม่รู้เลยว่าตอนนี้ถูกศิษย์พี่ร่วมสำนักใส่ร้ายว่าเป็น “คนชั่วที่ใช้ยาพิษตามอำเภอใจ” ไปแล้ว
เธอจ้องเด็กหนุ่มชุดเขียวที่ปิดตาอยู่ฝั่งตรงข้ามกองไฟ ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าไม่น่ามาแดนลับครั้งนี้เลย ซวยจริง ๆ!
ฉวยจังหวะที่ฟ่งจั๋วเดินจากไป
นานกงถังพลันยกเท้าเตะกองไฟ “ไอ้ตาบอด! มองอีกเดี๋ยวฉันจะเก็บค่ามองนะ!”
เด็กหนุ่มชุดเขียวหลบสะเก็ดไฟที่กระเด็นมาได้อย่างคล่องแคล่ว ก่อนเอ่ยอย่างเอื่อยเฉื่อยว่า “สหายนานกง วันนี้ข้าลองคำนวณดวงชะตาดูแล้ว อีกไม่นานเจ้าคงมีเคราะห์เลือดตกยางออก!”
“หุบปาก!”
นานกงถังรีบพุ่งเข้าไปหมายจะปิดปากเขา แต่ก็ช้าไปก้าวหนึ่ง
เธอกัดฟันขู่ “เย่ชิงหยู่ สักวันฉันจะวางยาจนปากเสีย ๆ ของนายพูดไม่ได้อีก!”
นี่ไม่ใช่คำขู่ลอย ๆ
คราวก่อนเย่ชิงหยู่บอกว่าเธอจะ “เสียทรัพย์” ผลคือยาพิษที่เธออุตส่าห์หลอมอย่างยากลำบากถูกคนขโมยไป
ก่อนหน้านั้นอีก เขาบอกว่าเธอ “ดวงชะตาพบรัก” ทำให้เธอแต่งตัวสวยเด่นทุกวัน สุดท้ายกลับมีแค่เด็กเหลือขอวัยหกขวบวิ่งตามหลังแล้วตะโกนว่า “พี่สาวสวยจังเลย!”
พอนึกถึงเรื่องน่าอับอายในอดีต ใบหน้านานกงถังก็บิดเบี้ยว
“เรื่องนี้โทษข้าไม่ได้หรอก” เย่ชิงหยู่ทำหน้าไร้เดียงสา “ถ้าสหายนานกงไม่แต่งตัวเหมือนนกยูงรำแพนทุกวัน ก็คงไม่ถึงกับไม่มีบุรุษผู้บำเพ็ญเพียรดี ๆ สักคนมาสนใจ”
“นายยังกล้าพูดอีก!”
นานกงถังเดือดดาลสุดขีด พุ่งเข้าไปตะลุมบอนกับเย่ชิงหยู่ทันที
เย่ชิงหยู่ก็ไม่ยอมแพ้ ทั้งสองไม่ใช้พลังวิญญาณ เข้าปะทะกันด้วยกำลังล้วน ๆ
