ยังดีที่คังซินฮุ่ยไม่ใช่คนโง่ พอได้สติก็ยิ้มแล้วตอบว่า “ได้สิ ถ้ามีคนที่เหมาะสม ฉันจะช่วยดูให้”
เธอจงใจเน้นคำว่า “ช่วยดูให้” เป็นพิเศษ พลางขยับตัวเข้าไปใกล้เฮ่อสวิ่นอีกนิด
จางอวี้เห็นทุกอย่าง แต่ไม่ได้พูดอะไรต่อ
เฮ่อสวิ่นรู้ดีอยู่แก่ใจ ผู้หญิงสองคนนี้ คนหนึ่งกำลังหยั่งเชิง ส่วนอีกคนก้าวเข้ามาในเกมแล้ว
ขณะที่เขากำลังจะกลับไปที่นั่งเพื่อหยิบน้ำ จู่ ๆ ก็มีเสียงดังขึ้นจากด้านหลังค่อนไปทางข้าง
“เฮ่อสวิ่น”
เป็นโจวข่าย
“เฮ่อสวิ่น” โจวข่ายเดินเข้ามาหา น้ำเสียงไม่ดังไม่เบา พอดีให้คนรอบข้างได้ยินกันถ้วนหน้า “ได้ยินว่านายเปิดร้านออนไลน์ ฉันขอร่วมลงทุนด้วยได้ไหม?”
สีหน้าของเจียงฮ่าวกับหม่าเหิงเซียวเปลี่ยนไปพร้อมกัน
ร่วมลงทุนงั้นเหรอ?
โจวข่ายเป็นใครกัน? เขาเพิ่งจะโผล่มาขอร่วมลงทุนตอนที่อีกฝ่ายหาเงินได้แล้วเนี่ยนะ?
เรื่องเปิดร้านออนไลน์ของเฮ่อสวิ่น แม้เจ้าตัวจะไม่เคยประกาศอย่างเป็นทางการในชั้นเรียน แต่คนรู้จักกันในวงแคบ ๆ แบบนี้ ย่อมมีคนรู้ไม่น้อย
ทุกคนต่างก็มีมาตรวัดอยู่ในใจ การทำธุรกิจแบบนี้ อีกฝ่ายเริ่มตั้งแต่ศูนย์ ค่อย ๆ ปั้นกิจการขึ้นมา พอผ่านไปเดือนหนึ่งกลับมีคนมาขอ “ร่วมลงทุน” แบบนี้มันหมายความว่ายังไง? รอให้อีกฝ่ายเหยียบหลุมจนถมเรียบแล้ว ค่อยโผล่มาพร้อมมือเปล่า หวังขึ้นรถไปเก็บผลประโยชน์อย่างนั้นหรือ?
นักศึกษาชายหลายคนที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ขมวดคิ้ว มองโจวข่ายด้วยสายตาไม่เป็นมิตรอย่างเห็นได้ชัด
บางคนก้มหน้า บางคนสบตาคนข้าง ๆ แล้วขยับออกห่างไปครึ่งก้าวโดยไม่ต้องพูดอะไร
ทุกคนตีตราโจวข่ายว่าเป็นคนที่คบหาไม่ได้
