“เสี่ยวซุย ลูกนอนลงก่อนนะ อย่าขยับไปไหนเด็ดขาด”
หลี่ซิ่วซิ่วประคองลูกสาวให้นอนลงบน “เตียง” ที่ปูด้วยหญ้าแห้งอย่างระมัดระวัง น้ำเสียงแหบพร่าและอ่อนล้า
จากนั้นนางก็ดึงลูกชายที่ยังดูมึนงงเข้ามาหา ก่อนย่อตัวลงมองตาเขา แล้วกำชับทีละคำว่า
“เสี่ยวหม่าน เชื่อฟังนะ อยู่เฝ้าพี่สาวตรงนี้ อย่าไปไหน แม่จะไปตักน้ำมาเช็ดตัวให้สะอาดเสียหน่อย บ้านต้องทำความสะอาดก่อนถึงจะอยู่ได้ เข้าใจไหม?”
เฉินเสี่ยวหมานเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง แต่เขารู้ว่า “เฝ้าพี่สาว” และ “อย่าวิ่งซน” หมายถึงอะไร จึงพยักหน้าแรง ๆ แล้วขยับไปนั่งชิดขอบเตียง ดวงตากลมโตจับจ้องใบหน้าซีดขาวของเฉินเสี่ยวซุยไม่กะพริบ
หลี่ซิ่วซิ่วถอนหายใจ ก่อนหยิบกะละมังไม้ผุพังที่มีรอยบิ่นตามขอบ ซึ่งเป็นของเพียงชิ้นเดียวที่แบ่งให้พวกนาง แล้วเดินไปยังลำธารเล็ก ๆ ที่อยู่ไม่ไกลด้วยฝีเท้าหนักอึ้ง
ลำธารสายนั้นอยู่ต้นน้ำของหมู่บ้านสือซี การพักอาศัยอยู่ที่นี่จึงสะดวกต่อการตักน้ำ
แต่เมื่อเห็นแผ่นหลังของมารดามุ่งหน้าไปยังริมลำธาร หัวใจของเฉินเสี่ยวซุยก็พลันบีบรัด!
ลำธารสายนี้เองที่พรากชีวิตวัยเยาว์ของน้องชายไปใน “ความฝัน”!
ความสะดวกสบายย่อมหมายถึงอันตรายที่ซ่อนอยู่ด้วย
นางต้องรีบแข็งแกร่งขึ้น และต้องหาทางป้องกันให้ได้!
ในตอนนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากระบบในหัวก็ดังขึ้นอีกครั้งอย่างสงบนิ่งราวกับเครื่องจักร
【ตรวจพบว่าเจ้าของระบบมาถึงสภาพแวดล้อมใหม่แล้ว สแกนเสร็จสิ้น พบต้นกล้าหรือต้นพืชสมุนไพรใกล้สูญพันธุ์ระดับพื้นฐานหลายชนิดในบริเวณใกล้เคียง ระบุตำแหน่งไว้แล้ว】
