เขารีบล้วงห่อผ้าเล็ก ๆ ออกจากอกเสื้อ แล้วยัดใส่มือหยาบกร้านของชายชราหลี่อย่างรวดเร็ว ก่อนจะกดเสียงให้เบาลงอีก
“นี่เงิน 20 เหวิน ท่านเก็บไว้เงียบ ๆ อย่าให้ใครรู้เด็ดขาด อยากซื้ออะไร หรือมีเรื่องจำเป็นต้องใช้เงิน จะได้พอช่วยแก้ขัดได้บ้าง”
ชายชราหลี่กำเงิน 20 เหวินที่ยังอุ่นจากไอร่างของลูกเขยไว้แน่น เงินนั้นหนักอึ้งอยู่ในมือ ขณะที่มือของเขาสั่นน้อย ๆ ขอบตาแดงก่ำขึ้นมาทันที
เขาคิดจะปฏิเสธ แต่เฉินสือโถวกลับกดมือเขาไว้แน่นแล้วส่ายหน้า แววตาแน่วแน่ไม่ยอมเปลี่ยนใจ
“ท่านพ่อ ดูแลสุขภาพให้ดีนะขอรับ พอทางบ้านจัดการเข้าที่แล้ว ข้ากับซิ่วซิ่วจะมารับท่านไปอยู่ด้วย”
เฉินสือโถวพูดจบก็ไม่กล้าอยู่ต่อนาน กลัวว่านางโจวเจวียนเหนียงจะออกมาก่อเรื่องอีก เขาจึงบีบมือพ่อตาแน่น ๆ ก่อนลุกขึ้นเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
ชายชราหลี่มองแผ่นหลังลูกเขยที่รีบร้อนจากไป แล้วก้มมองเงิน 20 เหวินในมือซึ่งช่วยชีวิตเขาไว้ น้ำตาของชายชราพลันร่วงลงมาอย่างห้ามไม่อยู่ หยดลงบนพื้นเย็นเยียบ
แดดกลางวันแผดจ้า ดินบนคันนาถูกแดดเผาจนขาวโพลน เหยียบลงไปแล้วรู้สึกร้อนเท้า
เฉินสือโถวหิ้วถุงผ้าที่ว่างเปล่า เหงื่อบนหน้าผากและลำคอไหลลงมาเป็นสาย เสื้อผ้าผ้าหยาบเปียกชุ่มแนบสนิทกับแผ่นหลัง
เขาไม่กล้าหยุดพักแม้สักครู่ เดินกึ่งวิ่งไปตามทางดินแคบ ๆ ระหว่างคันนา มุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านสือซี
เขาห่วงภรรยากับลูกที่อยู่บ้านตามลำพัง ทั้งยังกังวลเรื่องบาดแผลของพ่อตา ฝีเท้าจึงยิ่งเร่งเร็วขึ้น
เมื่อในที่สุดมองเห็นกระท่อมมุงจากหลังคุ้นตาท้ายหมู่บ้าน ซึ่งซ่อมแซมใหม่เรียบร้อยแล้ว เขาจึงค่อยถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก
