คงจะบ้าไปจริง ๆ ละสิ เซี่ยหรานคิด
ไม่บ้าคงไม่จู่ ๆ โดดเรียน ตีเกม ตีกลุ่ม แล้วสุดท้ายก็ถูกส่งมาที่นี่ในหุบเขาลูกนี้ให้แปลงร่าง บางทีความความต่างในช่วงเวลานี้เองที่ทำให้เด็กหนุ่มผู้เป็นที่สุดแห่งสวรรค์คนนี้จู่ ๆ ก็เข้าใจคนธรรมดาอย่างพวกเขา และเริ่มมีความสุภาพและความเข้าอกเข้าใจที่คนปกติควรมีบ้าง
เพราะเขายังขอโทษเป็นด้วยซ้ำ
ดังนั้นที่แท้เสิ่นยวี่เหวยก็ทำผิดเป็น และก็ขอโทษเป็นเหมือนกัน ดูท่าช่วงไม่กี่วันนี้มันกระทบเขาหนักจริง ๆ
จากความภูมิใจของพ่อแม่ จู่ ๆ ก็ตกต่ำลงมาเป็นหนึ่งในตัวเอกของรายการแปลงร่างในหมู่บ้านบนเขา อดีตเพื่อนที่เคยบูชาเขาดั่งเทพจะได้เห็นสภาพที่น่าอายต่าง ๆ ของเขาทางทีวี รวมถึงตอนนี้ที่เขาทะเลาะกับตัวเอง แล้วก็ขอโทษตัวเอง……
คนคนนี้ไม่ได้เก่งและประสบความสำเร็จตลอดไปเหมือนชาติก่อนแล้ว เขาเริ่มที่จะล้มเหลวด้วย
และยังเป็นความล้มเหลวแบบประจานต่อหน้าธารกำนัลแบบนี้อีก
“เมื่อกี้นายไปไหนมา?” เซี่ยหรานเป็นฝ่ายเอ่ยปากถามเขา น้ำเสียงอ่อนลงไม่น้อย
“ไปเอาตำแหน่งของจู้หมิงจากผู้กำกับมา”
พูดพลาง เสิ่นยวี่เหวยก็ลากกระเป๋าเดินทางเข้ามาในห้องโถง
จู้หมิงได้ยินเสียงก็เดินออกมาจากครัว พอเห็นเขาก็ยิ้มทันที กำลังจะเข้าไปกอดเขาแล้วคลอเคลีย แต่พอเห็นกระเป๋าเดินทางของตัวเอง ก็เปลี่ยนใจไม่เข้าไปกอดเขาแต่ไปกอดกระเป๋าเดินทางของตัวเองแทน พลางถามด้วยความตื่นเต้นว่า “พี่ชาย พี่เอาของฉันกลับมาหมดเลยเหรอ! เยี่ยมไปเลย! พี่ทำได้ยังไง! พี่เก่งจัง!”
