เซี่ยหรานยังคงถือตะกร้าใส่ผักไปเก็บพริกในแปลงผัก
ในใจก็คิดอยู่ว่า เป็นเพราะตัวเองเกิดใหม่แล้วเกิดเอฟเฟกต์ผีเสื้อขึ้นมาหรือเปล่า ถึงทำให้เสิ่นยวี่เหวยซวยขนาดนี้ แล้วก็แปลก ๆ ไปด้วย
เขาจำได้ชัดเจนว่าเสิ่นยวี่เหวยไม่ชอบกินเผ็ด
ก่อนหน้านี้เวลาตัวเองกินพริก กินไส้กรอก กินเนื้อเค็ม เสิ่นยวี่เหวยก็จะบอกให้ตัวเองกินอาหารเพื่อสุขภาพและรสจืด ๆ ให้มากขึ้น
บ้าจริง ๆ เลย
ข้าวสุกแล้ว พ่อหนุ่มสามคนนั้นก็ตื่นกันแล้ว
เซี่ยหรานนั่งยอง ๆ สอนหลิงหลิงทำโจทย์เลข เห็นหลินเฟิงอาบน้ำเสร็จก็แบกไม้กวาดใหญ่ไปกวาดลานบ้าน ส่วนจู้หมิงก็ถือถังอาหารหมูไปให้หมูกิน ส่วนเฮ่อจวินตื่นช้าที่สุด ไม่รู้ว่าออกจากเงามืดของเรื่องโดนหลอกให้คบหาในโลกออนไลน์มาได้หรือยัง แต่การแต่งตัวก็ยังเหมือนเดิมคือใส่เสื้อผ้าสีฉูดฉาด
เสื้อฮู้ดสีดำ เสื้อกันหนาวสีขาว กางเกงยีนส์สไตล์วินเทจ
ผู้กำกับตั้งใจจะยึดเครื่องประดับแบรนด์เนม เสื้อผ้า รองเท้าของเขาหมด แต่พบว่าถ้ายึดหมด เด็กคนนี้ก็ต้องแก้ผ้าออกกล้อง
ทีมงานเลยต้องส่งของกลับไปให้เขา
แล้วเฮ่อจวินก็เหมือนเดินแบบบนรันเวย์ ไม่ต้องพูดถึงเสื้อผ้าเลย แม้แต่สร้อยคอที่ใส่ก็ไม่ซ้ำกันเลยแม้แต่เส้นเดียว แต่งตัวจัดเต็มขนาดที่คุณยายบ้านข้าง ๆ โรคไขข้อจะกำเริบ
ตอนนี้แต่งตัวเสร็จ ก็ขี่จักรยานเตรียมจะไปเที่ยวรอบหมู่บ้านอีกแล้ว
จู่ ๆ เซี่ยหรานก็นึกขึ้นได้ว่า เมื่อวานตอนที่ไปซื้อเกลือที่ร้านลุงหวง ยังโดนคนรั้งตัวไว้อีก เพราะเรื่องของเฮ่อจวิน คนนั้นถามเขาว่า "เฮ้ เซี่ยหราน ไอ้หนุ่มที่ขี่จักรยานเล่นในหมู่บ้านทุกวันน่ะ เป็นญาติฝั่งแม่แกเหรอ?"
