ผู้อาวุโสสี่ชะงักค้างไปทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น ก่อนจะหันขวับกลับมา
ภาพที่เห็นคือหญิงสาวในชุดกระโปรงยาวสีดำผู้มีรูปร่างอรชร ค่อย ๆ เดินออกมาจากป่าด้านหลัง สีหน้าเย็นชา สายตาคมกริบ รอบกายแผ่รัศมีทรงพลัง
ผู้อาวุโสสี่ถอยหลังไปตามสัญชาตญาณ ก่อนเอ่ยเสียงต่ำว่า “เธอ... มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง!”
อวิ๋นเยว่หยุดฝีเท้า มุมปากยกยิ้มเย็นชา
ผู้อาวุโสสี่ดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงบางอย่าง รูม่านตาหดแคบลงทันที
“เธอ! ปราณของเธอหายไปไหน?”
เขาตกตะลึง
แววขบขันวาบผ่านดวงตาของอวิ๋นเยว่
“ปราณเหรอ? นี่ไง”
เธอค่อย ๆ ยกฝ่ามือขึ้น ปราณที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าพลันพวยพุ่งออกมาจากกลางฝ่ามือ
ผู้อาวุโสสี่หน้าเปลี่ยนสี
“เธอ... ไปถึงขั้นราชันแล้ว!”
แววตาตื่นตะลึงนั้นยิ่งเข้มข้นขึ้นจนถึงขีดสุด
เขาเพิ่งอยู่ขั้นราชันช่วงปลายเท่านั้น!
ในที่สุดตอนนี้เขาก็เข้าใจแล้วว่าเหตุใดสำนักเทียนหลัวจึงตามหามานานขนาดนี้แต่กลับไม่พบร่องรอย
อวิ๋นเยว่ถามเสียงเรียบ “สำนักของพวกคุณยังมีผลึกมิติอีกไหม?”
ผู้อาวุโสสี่สีหน้าเคร่งขรึม ร่างกายเกร็งแน่น เตรียมโคจรปราณแล้ว แต่ไม่กล้าขยับส่งเดช
เพราะปราณของอวิ๋นเยว่พร้อมระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ
“มีแค่ก้อนเดียว ไม่ใช่ว่าคุณแย่งไปแล้วหรือไง” เขาตอบเสียงหนัก
อวิ๋นเยว่ขมวดคิ้วเล็กน้อย
“แล้วรู้ไหมว่าที่ไหนยังมีอีก?” เธอถามย้ำ
ผู้อาวุโสสี่เริ่มกระสับกระส่ายจนทำอะไรไม่ถูก
“มะ...ไม่รู้แล้ว”