“ได้ งั้นไม่พูดแล้ว”
“ฉันก็ไม่ได้มีธุระอะไร งั้นเราไปเดินเล่นที่เขตเหอผิงกันเถอะ”
เขาพูดช้า ๆ
คำพูดแบบนี้พูดแค่ครั้งเดียวก็พอแล้ว หากอีกฝ่ายตอบรับก็เพียงพอ
หลิวซานเอ๋อร์ถึงได้ยิ้มออกมา
“ไป ๆ ๆ เดี๋ยวฉันจัดการเอง”
เขาหยิบวิทยุสื่อสารออกมาสั่งการอย่างรวดเร็ว ขบวนรถก็ขับมุ่งหน้าไปยังเขตเหอผิงทันที
ระหว่างทาง หลิวซานเอ๋อร์เล่าเรื่องติงเหว่ยให้ฟังด้วย
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ขบวนรถก็จอดหน้าไนต์คลับแห่งหนึ่ง
“ไนต์คลับอีกแล้ว”
หลินเซียวเหลือบมองแล้วพูดช้า ๆ
หลิวซานเอ๋อร์ยิ้มพลางตอบว่า “สถานบันเทิงน่ะ สำนักงานใหญ่ไม่เป็นไนต์คลับก็ผับ ที่แบบนี้มักวุ่นวายที่สุด ต้องมีคนคอยคุมสถานการณ์”
หลินเซียวพยักหน้า
“ไปเถอะ ไปพบพวกเขาหน่อย”
พูดจบก็ผลักประตูลงจากรถ เดินเข้าไปในไนต์คลับ
หลิวซานเอ๋อร์รีบตามไป ยังคงพาลูกน้องไปด้วยสองคน ส่วนคนอื่น ๆ รออยู่ด้านนอก
ไม่นาน พวกเขาก็เข้าไปในไนต์คลับ
ทันทีที่หลินเซียวก้าวเข้าไป รถเบนซ์ซีคันหนึ่งก็ค่อย ๆ จอดลงด้านนอก
ที่นั่งคนขับมีหญิงงามผู้เลอโฉมนั่งอยู่ ใบหน้าสวยเผยสีหน้าฉงนสงสัย
“นักพรตฟาง มาที่นี่ทำไมเหรอ?”
ซูเมี้ยวเมี้ยวหันกลับไปถาม
นักพรตฟางยิ้มแล้วกล่าวว่า “ไม่มีอะไร ช่วงสองวันนี้เธอเหนื่อยมามาก เข้าไปดื่มสักสองแก้ว ผ่อนคลายหน่อยเถอะ”
ซูเมี้ยวเมี้ยวขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจเอาเสียเลย
“นักพรตฟาง ฉันยังมีเอกสารอีกตั้งเยอะที่ยังไม่ได้เซ็นเลยค่ะ” เธอพูดอย่างจนใจ
