ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมา พวกชายฉกรรจ์ก็ไม่ลังเล พุ่งเข้าใส่พวกพ้องของหลินเซียวทันที
“จัดการ!”
เสียงตะโกนอย่างเกรี้ยวกราดดังขึ้นกลางฝูงชน ทั้งสองฝ่ายปะทะกันในพริบตา
หลินเซียวหัวเราะแล้วพูดว่า “งั้นพวกเราก็อย่ามัวว่างกันอยู่เลย มาเถอะ”
พูดจบ เขาก็ลุกขึ้นยืน
เจียงชูหนิงจับมือเล็ก ๆ ของซูเมี้ยวเมี้ยว แล้วถอยหลังไปสองก้าว
ฮึ!
หลิ่วฮ่าวเฉินแค่นเสียงเย็นชา ก่อนพูดเสียงขรึมว่า “จับพวกมัน!”
ชายฉกรรจ์ฝีมือระดับสี่สองคนที่อยู่ด้านหลังไม่ลังเลแม้แต่น้อย ออกแรงดีดตัวจากพื้น ข้ามโซฟาแล้วพุ่งเข้าใส่หลินเซียว
มุมปากหลิ่วฮ่าวเฉินยกขึ้น เขากอดอก มองภาพตรงหน้าด้วยแววตาดูแคลนถึงขีดสุด
พริบตาต่อมา ชายฉกรรจ์ทั้งสองก็พุ่งมาถึงตรงหน้าหลินเซียว
หลิ่วฮ่าวเฉินคิดคำเยาะเย้ยเอาไว้แล้ว กำลังจะเอ่ยปาก...
พรวด!
จู่ ๆ เลือดก็สาดกระเซ็นกลางอากาศ ชายฉกรรจ์ทั้งสองที่เพิ่งพุ่งเข้าไปลอยกระเด็นออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย กระแทกเข้าใส่ฝูงชน
ระหว่างหลิ่วฮ่าวเฉินกับหลินเซียวไม่มีสิ่งใดขวางกั้นอีก ทั้งคู่สบตากัน
เพียงแวบเดียว สีหน้าของหลิ่วฮ่าวเฉินก็แข็งค้าง คำพูดที่เตรียมไว้ติดอยู่ในลำคอ
เขาถึงกับอึ้งไป
พรืด
ซูเมี้ยวเมี้ยวที่เดิมกำลังตื่นเต้น พอเห็นสีหน้างุนงงของหลิ่วฮ่าวเฉินก็กลั้นไม่อยู่ หัวเราะออกมา
มุมปากเจียงชูหนิงยกขึ้นเล็กน้อยเช่นกัน ดวงตาเปี่ยมแววหยอกเย้า
หลินเซียวจ้องหลิ่วฮ่าวเฉินเงียบ ๆ