หลิ่วอวิ้นพูดอย่างตื่นเต้น
แต่จากมุมนี้ไม่ค่อยดีนัก มองเห็นเพียงใบหน้าด้านข้างของหลินเซียวที่พิงอยู่บนโซฟา ส่วนอื่นมองไม่เห็น
เธอแทบอดใจรอไม่ไหว รีบดึงเจียงชูหนิงให้เดินต่อไป เพื่อหามุมที่ดีขึ้น
“เตรียมใจไว้ก่อนนะ”
หลิ่วอวิ้นเตือนอีกครั้ง
เธอมองเห็นแค่ศีรษะของหลินเซียว มองไม่เห็นร่างกาย แต่ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าในอ้อมแขนเขาต้องมีใครอยู่แน่
ผู้ชายก็เป็นแบบนี้แหละ!
เจียงชูหนิงหัวเราะเบา ๆ พลางส่ายหน้า ใบหน้าเต็มไปด้วยความจนใจ
ไม่นาน ทั้งคู่ก็หามุมที่ดีได้
หญิงสาวทั้งสองซ่อนตัวอยู่หลังเสาต้นใหญ่ สายตาจับจ้องไปยังหลินเซียวทันที
ทันทีที่มองเห็นชัด รอยยิ้มตื่นเต้นบนใบหน้าของหลิ่วอวิ้นก็แข็งค้าง
หลินเซียวกอดอก ไขว่ห้าง พิงอยู่ตรงนั้นคนเดียว ท่าทางเหมือนใกล้จะหลับเต็มที
เจียงชูหนิงเม้มปากยิ้ม
“อวิ้นอวิ้น ฉันเริ่มอายแทนเธอแล้วนะ” เธอกระซิบ
หลิ่วอวิ้นกัดฟันแน่น ใบหน้าก็ฉายแววกระอักกระอ่วนจริง ๆ
“ไม่ใช่... เขาเป็นอะไรของเขาเนี่ย? นอนอยู่ตรงนั้นคนเดียวทำไม?” เธอพูดอย่างขุ่นเคือง
เจียงชูหนิงยิ้มพลางตอบว่า “ฉันบอกแล้วไงว่าเขามาทำธุระ”
หลิ่วอวิ้นกำหมัดแน่น แววตางามฉายประกายมุ่งมั่น
“หึ ฉันไม่เชื่อหรอก!”
“เรารอดูกัน!”
เธอดึงเก้าอี้ด้านหลังมานั่งลงทันที แสงไฟตรงนี้สลัว แถมยังมีเสาต้นใหญ่บังอยู่ จึงไม่ต้องกังวลว่าจะถูกจับได้
เจียงชูหนิงก็ถูกหลิ่วอวิ้นดึงให้นั่งลงด้วย
