ก่อนหน้านี้หลินเซียวหวังพึ่งอวิ๋นเยว่ให้ช่วยพาตัวเองผ่านเคราะห์ภัย จึงปล่อยนางไว้ตามลำพังไม่ได้ แต่เมื่อเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น เขายิ่งไม่อาจนิ่งดูดาย
เขาไม่คิดเหมือนกันว่าที่คาดเดาไว้จะเป็นจริง แม้จะหลบเลี่ยงมาได้สำเร็จ แต่ตอนนี้กลับถูกสองสำนักอย่างสำนักเทียนหลัวกับสำนักหลิงเซียวจับตามอง ช่างลำบากจริง ๆ
หลินเซียวพลันพบว่าชะตาของอวิ๋นเยว่ดูจะไม่ต่างจากของตนสักเท่าไร ทั้งคู่ต่างเป็นคนที่ถูกโชคชะตากลั่นแกล้ง
เขาหลับตาครุ่นคิด ทว่าแทบไม่รู้สถานการณ์ทางฝั่งอวิ๋นเยว่เลย
คิดไปคิดมา เขาก็รู้สึกว่าคงไม่มีหวังแก้แค้น อย่างน้อยตอนนี้ก็ยังหาทางไม่ได้
หลิวซานเอ๋อร์เริ่มจัดการงานตามที่เขาสั่ง
ทางด้านเจียงชูหนิงกับหลิ่วอวิ้นก็ยุ่งกันจนแทบไม่ได้หยุด ทุกคนต่างจมอยู่กับงานที่กองพะเนิน
ชั่วพริบตาเดียว ฟ้าก็มืดลง
“พี่เซียว~”
เสียงหวานใสพลันดังขึ้นในห้วงความคิด
หลินเซียวลงกลอนประตูห้องแล้วเข้าไปในมิติ พอดีกับที่เห็นฉู่เหยาเหยาเดินยิ้มแย้มเข้ามา
“มีอะไรหรือ?”
เขาถามยิ้ม ๆ
แต่พอมองเรือนร่างอรชรนั้น ภาพเมื่อคืนก็ผุดขึ้นมาในหัวอย่างห้ามไม่อยู่
พอมองอีกครั้งในตอนนี้ กลับรู้สึกต่างจากเมื่อคืนขึ้นมาอย่างประหลาด
ฉู่เหยาเหยาหยุดเดิน ดวงตาคู่สวยเปี่ยมด้วยความอ่อนโยน นางยิ้มพลางถามว่า “พี่ ยังมีน้ำมันเบนซินอีกไหม?”
หลินเซียวเลิกคิ้ว
“คืนนี้จะลงมือกับจางเทียนกวงแล้วหรือ?” เขาถามยิ้ม ๆ
