หัวไหล่ขาวผ่องเปลือยอยู่กลางอากาศ เรือนร่างเย้ายวนมีเพียงผ้าสีขาวผืนหนึ่งพันปิดไว้ สะอาดสะอ้านและส่งกลิ่นหอมชวนหลงใหลเป็นระลอก
เอวคอดบางจนแทบโอบรอบได้ด้วยมือเดียว ลักยิ้มตรงเอวทั้งสองข้างเด่นชัดสะดุดตา
ตอนนี้หลินเซียวถึงเข้าใจว่าทำไมฉู่เหยาเหยาถึงลังเลอยู่นานกว่าจะถอดเสื้อคลุม
“เอ่อ... ผมไม่รู้ว่าข้างในไม่ได้ใส่เสื้อผ้า ผมแค่อยากดูแผลเท่านั้น”
เขายืนอยู่ด้านหลัง พยายามสงบใจ ก่อนเอ่ยช้า ๆ
ฉู่เหยาเหยากัดริมฝีปาก ความรู้สึกประหลาดใจและอับอายผุดขึ้นในใจไม่ต่างกัน
“ฉัน...รู้ค่ะ”
เธอตอบ
หลินเซียวควบคุมอารมณ์ให้สงบ ก่อนมองไปยังบาดแผล คิ้วพลันขมวดเข้าหากัน
บริเวณด้านหลังไหล่ขวามีบาดแผลเห็นชัด เลือดไหลย้อมผ้าขาวจนแดง ส่วนเลือดตรงแผลกลายเป็นสีแดงคล้ำบดบังเนื้อแผลจนมองไม่เห็น
“หนักขนาดนี้เลยเหรอ?”
หลินเซียวเอ่ยเสียงหนักใจ
ฉู่เหยาเหยาชินเสียแล้ว จึงยิ้มตอบว่า “พี่หลินเซียว เป็นแผลเล็กน้อยเอง พรุ่งนี้ก็หายแล้วค่ะ”
หลินเซียวถลึงตามอง
“หายอะไรกัน เธอเร่ร่อนตากลมตากฝนอยู่ข้างนอก ถ้าแผลติดเชื้อขึ้นมาจะทำยังไง?” เขาพูดอย่างไม่สบอารมณ์
ฉู่เหยาเหยาพูดไม่ออก
เรื่องนี้ก็มีโอกาสเกิดขึ้นจริง เพียงแต่สำหรับพวกเธอ ยารักษาโรคเป็นของฟุ่มเฟือยเกินเอื้อม พวกเธอชินกับมันมานานแล้ว แค่ใช้น้ำสะอาดล้างแผลก็ถือว่าฆ่าเชื้อแล้ว
ส่วนจะรอดชีวิตหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับโชคชะตา
