เขาจ้องมองเถ้าแก่ สบตากันตรง ๆ บรรยากาศตึงเครียดราวกับพร้อมปะทะแผ่ปกคลุมขึ้นในทันที
ซูเมี้ยวเมี้ยวมองหลินเซียวที่กำลังเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ ในใจเกิดความประหลาดใจขึ้นมา ความรู้สึกแปลกหน้าชนิดนั้นกลับมาอีกครั้ง
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นหลินเซียวในสภาพเช่นนี้
เถ้าแก่ขมวดคิ้วแน่น สัมผัสได้ถึงความเฉียบคมที่แผ่ออกมาจากตัวหลินเซียว จึงรู้สึกประหลาดใจไม่ต่างกัน
“น้องชาย ดูมั่นใจมากนี่ งั้นบอกไว้ก่อนนะ คนของฉันกำลังมา อีกไม่ถึง 10 นาทีก็ถึงแล้ว ยังยืนยันจะเอาเรื่องอยู่หรือเปล่า?”
เขาเดาใจหลินเซียวไม่ออก จึงพูดพลางหัวเราะเย็นชา พร้อมหยั่งเชิงดูปฏิกิริยาของอีกฝ่าย
หลินเซียวสีหน้าไม่เปลี่ยน ยิ้มบาง ๆ
“ถ้าคนของคุณมาถึงจริง ๆ เรื่องของคุณจะยิ่งยุ่งยากกว่าเดิม” เขาพูดเสียงเรียบ
ผู้จัดการเฝิงกับคนอื่น ๆ ลอบตกใจ
เถ้าแก่มองเขาแวบหนึ่งอย่างมีนัย
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบว่า “น้องชาย มั่นใจจริงนะ แต่ยังหนุ่มยังแน่น อย่าทะนงตัวเกินไปจะดีกว่า”
หลินเซียวมองอีกฝ่ายอย่างเย้ยหยันเล็กน้อย
“ถ้าตอนหนุ่มไม่ทะนงตัว แล้วจะไปทะนงตัวตอนไหน? ถ้าอายุเท่าคุณแล้วยังทะนงตัวอยู่ ก็คงใกล้ตายเต็มทีแล้ว” เขาตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน
ซูเมี้ยวเมี้ยวรู้สึกเลือดในกายพลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ
ครั้งสุดท้ายที่เธอไม่เกรงกลัวอะไรเลยคือสมัยมัธยม ต่อให้เข้ามหาวิทยาลัยแล้วก็ยังทำตัวได้ไม่อิสระถึงขนาดนี้
แต่ตอนนี้ เมื่ออยู่ข้างหลินเซียว เธอกลับสัมผัสได้ถึงความรู้สึกคุ้นเคย
