ซือถูจิ้งเหลือบมองอย่างครุ่นคิด แต่ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก ไม่นานลูกน้องของเขาก็เดินเข้ามาแล้วกระซิบข้างหู
“ท่านครับ คนของจางเทียนกวงกำลังรั้งหยางหลงเอาไว้แล้ว”
ลูกน้องลดเสียงรายงาน
เมื่อได้ยินดังนั้น แววตาลุ่มลึกของซือถูจิ้งก็พลันฉายประกายวาบ
“เข้าใจแล้ว”
เขาตอบเสียงเรียบ
ลูกน้องเหลือบมองฉู่เหยาเหยาก่อนลุกเดินจากไป
ซือถูจิ้งกวาดตามองไปรอบ ๆ แล้วยกแก้วสุราขึ้น ยิ้มกล่าวว่า “มา หัวหน้าฉู่ ขอดื่มให้คุณอีกแก้ว”
ซือถูเสวี่ยยกแก้วตามไปด้วย
ฉู่เหยาเหยาเหลือบมองแวบหนึ่ง ก่อนหยิบแก้วขึ้นมา
“ได้”
ทุกคนดื่มรวดเดียวหมดแก้ว
ซือถูจิ้งยิ้มกล่าวว่า “ทุกท่านดื่มกันต่อก่อนนะ ผมมีธุระนิดหน่อย เดี๋ยวกลับมา”
เขามีสีหน้าขออภัย พอพูดจบก็ลุกขึ้นเดินออกไป
มุมปากฉู่เหยาเหยาค่อย ๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา
จะลงมือแล้วสินะ?
เธอส่งสายตาให้หลินเจา ซึ่งเข้าใจทันทีและรีบลุกไปจัดการ
ซือถูเสวี่ยยิ้มกว้างพลางกล่าวว่า “หัวหน้าฉู่ กินอีกหน่อยนะคะ”
รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงเป็นมิตรอย่างยิ่ง ไม่มีพิรุธให้เห็นแม้แต่น้อย
ฉู่เหยาเหยาพยักหน้าเบา ๆ
“ได้”
เวลาผ่านไป
ไม่นานหลินเจาก็เดินเข้ามาจากด้านนอก พลางส่งสัญญาณด้วยสายตา
ฉู่เหยาเหยากวาดตามองไปรอบ ๆ
ตอนนี้คนของเธอกับคนของซือถูจิ้งนั่งอยู่ในห้องโถงใหญ่กันหมด บรรยากาศวุ่นวายเช่นนี้ คงเปิดฉากต่อสู้ตรง ๆ ไม่ได้แน่
