เขาจ้องตากับอวิ๋นเยว่ พลางพิจารณาว่าคำพูดนั้นจริงหรือเท็จ ทว่าสีหน้าของอวิ๋นเยว่กลับไร้อารมณ์มาโดยตลอด จิตใจลึกล้ำจนน่ากลัว มองไม่ออกเลยแม้แต่น้อย
แต่...
ตอนลงมือครั้งแรกเมื่อครู่ อวิ๋นเยว่เผยจิตสังหารออกมาอย่างชัดเจน หากครั้งแรกเขาประมาทไป แล้วครั้งที่สองล่ะ? สุดท้ายเขาก็ยังหนีรอดมาได้ไม่ใช่หรือ?
เป็นไงเป็นกัน!
เขายิ้มแล้วกล่าวว่า “ธิดาศักดิ์สิทธิ์ ผมบอกแล้วไงว่าโสมของคุณ ผมหามาชดใช้ให้แล้ว เราไม่ได้ติดค้างอะไรกันอีก ถ้าคุณพูดกันดี ๆ เราอาจตกลงซื้อขายกันได้ แต่ผมไม่ชอบวิธีออกคำสั่งแบบนี้”
“อีกอย่าง ฆ่าผมไปแล้วได้อะไร? ยาของผมน่ะ ไม่มีใครหาได้หรอก”
พูดจบ มุมปากของเขาก็ค่อย ๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มภาคภูมิใจ ทว่าฝ่ามือกลับชุ่มไปด้วยเหงื่อ เส้นประสาทตึงเครียดถึงขีดสุด เตรียมพร้อมจะหลบหนีได้ทุกเมื่อ
อวิ๋นเยว่ไม่ตอบ เพียงจ้องมองเขาอย่างเย็นชา
แต่เมื่อเวลาผ่านไป หลินเซียวก็เริ่มทนสายตาเย็นเยียบคู่นั้นไม่ไหว
ในที่สุด อวิ๋นเยว่ก็แค่นหัวเราะ
“ปากแข็งขนาดนี้เชียว?” นางถามลอย ๆ
หลินเซียวพยักหน้าเบา ๆ
“แน่นอน ผมก็มีศักดิ์ศรีเหมือนกัน” เขายิ้มพลางฝืนทำท่าสงบนิ่ง
แววดูแคลนวาบขึ้นในดวงตาของอวิ๋นเยว่
“แสดงได้เหมือนดีนี่ หัวใจแทบจะกระเด็นออกมาอยู่แล้ว ยังจะพูดเรื่องศักดิ์ศรีอีกหรือ?” นางกล่าวเสียงเย็น
หลินเซียวหรี่ตาลงเล็กน้อย
เดี๋ยวนะ... นี่ก็มองออกด้วยหรือ?
เขายืนนิ่งอย่างกระอักกระอ่วน อ้าปากแล้วก็ไม่รู้จะเถียงอะไร
