หลินเซียวเงยหน้าขึ้นมองอวิ๋นเยว่ พลางยิ้มจนหุบปากไม่ลง
อวิ๋นเยว่เองก็อดยิ้มไม่ได้ เธอเอ่ยว่า “นับเป็น...สินเดิมไหม? ไม่สิ ดูน้อยเกินไปหน่อย เอาเป็นของขวัญให้คุณก็แล้วกัน”
สิ้นเสียง ดวงตาคู่งามก็เผยแววแปลกประหลาด
สินเดิม? น้อยเกินไป?
หลินเซียวมองกองสมุนไพรข้างใน อย่างน้อยก็มีเป็นร้อยต้น
นี่น้อยเกินไปตรงไหน?
เขายิ้มแล้วพูดว่า “ถ้าสินเดิมขนาดนี้ยังน้อยเกินไป ผมต้องให้สินสอดคุณเท่าไหร่ล่ะ?”
อวิ๋นเยว่ยกมุมปากขึ้น ยิ้มบาง ๆ
“เอาตัวคุณมาเป็นสินสอดก็พอแล้ว”
คำพูดนั้นทำให้หัวใจของหลินเซียวไหววูบ
“แบบนั้นได้ยังไง ภรรยาดี ๆ อย่างคุณทั้งที สินสอดต้องเตรียมให้ครบ รอถึงวันข้างหน้าก่อนแล้วกัน”
เขายิ้ม ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก ก่อนจะยกหีบไปวางไว้ตรงมุมห้อง
ของพวกนี้มีมูลค่ามหาศาล หากเอาไปไว้ที่กรุงปักกิ่ง คงทำให้ทุกคนแย่งกันจนคลั่ง
ต้องใช้ประโยชน์จากมันให้ดี!
อวิ๋นเยว่เหลือบมองเขาอย่างมีความหมายแล้วพูดว่า “ฉันไปก่อนนะ ยังมีเรื่องอีกหลายอย่างต้องจัดการ”
หลินเซียวหันกลับมา
“จัดการอะไรเหรอ?”
อวิ๋นเยว่ยกมุมปากขึ้นแล้วตอบว่า “สำนักเทียนหลัวต้องตามหาฉันเจอแน่ ต้องเตรียมตัวรับมือกับทั้งสำนักไว้หน่อย”
เธอพูดราวกับเป็นเรื่องง่าย แต่หลินเซียวกลับรู้สึกอธิบายไม่ถูก
ตัวคนเดียวรับมือกับทั้งสำนัก
“ได้ ถ้าต้องการอะไรก็บอกผมได้ทุกเมื่อ”
เขายิ้มพลางพูด
อวิ๋นเยว่พยักหน้าเบา ๆ
“ได้เลย”
