ผู้คนรอบข้างต่างเผยสีหน้ารังเกียจเมื่อได้ยินเช่นนั้น
สมองมีปัญหาหรือไง
หลิ่วอวิ้นเองก็มองอย่างสงสัย ก่อนถามว่า “เมื่อก่อนเขาก็วางอำนาจบาตรใหญ่แบบนี้เหมือนกันเหรอ?”
เจียงชูหนิงยกมุมปากขึ้น ตอบว่า “ถ้าอยากรู้จักเขา ก็ต้องหาเวลาตอนที่ไม่มีคนอยู่ ตอนนี้สถานการณ์บีบบังคับ เขาถึงต้องทำแบบนี้”
หลิ่วอวิ้นขมวดคิ้ว โต้กลับว่า “ใครอยากรู้จักเขากัน? ฉันว่างขนาดนั้นหรือไง”
แต่ในใจกลับรู้สึกแปลกพิกล เจียงชูหนิงรู้จักผู้ชายคนนี้ดีขนาดนั้นได้ยังไง
เธอไม่ได้คิดอะไรต่อ ก็เห็นหลินเซียวคว้ามือที่วางอยู่บนไหล่ของตนไว้จากด้านหลัง ก่อนออกแรงเบา ๆ
กร๊อบ!
แขนของชายร่างใหญ่บิดหมุนไปหนึ่งรอบทันที
“อ๊าก!!”
เสียงร้องโหยหวนสุดขีดดังขึ้นฉับพลัน
ทุกคนมองภาพตรงหน้าตาไม่กะพริบ รู้สึกหนังศีรษะชาวาบไปหมด
หลินเซียวคว้าผมของชายร่างใหญ่ไว้จากด้านหลัง แล้วออกแรงเบา ๆ ร่างนั้นก็ถูกเหวี่ยงข้ามไหล่ของเขา กระแทกพื้นอย่างแรง
ซี๊ด...
ทุกคนราวกับร่วมรับความเจ็บปวดไปด้วย ต่างสูดปากอย่างเสียวแทน
ผู้จัดการชั้นถลึงตา ตะโกนกร้าวว่า “กล้ามาก่อเรื่องถึงถิ่นตระกูลจ้าวของเรา! จับมันไว้!”
ชายร่างใหญ่ที่เหลืออีกเจ็ดคนก้าวเข้ามาพร้อมกัน ล้อมวงมุ่งหน้าเข้าหาหลินเซียว
หลินเซียวแสยะยิ้ม
เขาไม่ได้ลุกขึ้น เพราะมีคนบุกเข้ามาจากด้านนอกแล้ว
“อัดมันให้ตาย!”
เสียงตะโกนเกรี้ยวกราดของหลิวซานเอ๋อร์ดังขึ้นอย่างกะทันหัน ทำเอาทุกคนสะดุ้ง
โดยเฉพาะผู้จัดการชั้น ร่างของเขาสั่นสะท้าน เพราะเสียงดังขึ้นจากด้านหลังพอดี
