หลิวซานเอ๋อร์รีบถามว่า “คุณหลิน แล้วพวกเราต้องเตรียมตัวอะไรไหมครับ?”
หลินเซียวครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมา
“ไม่ต้อง แค่จัดการเรื่องที่ฉันสั่งไว้ให้เรียบร้อยก็พอ เรื่องอื่นไม่ต้องกังวล”
เขาพึมพำไปพลางครุ่นคิดไปพลาง
แววตาคู่นั้นลึกล้ำยากหยั่งถึง
“ครับ”
……
แผ่นดินกวงอู่
ผู้อาวุโสสามคนมารวมตัวกันบนยอดเขา สายตาเย็นชากวาดมองผืนป่ากว้างเบื้องล่าง แต่ละคนขมวดคิ้วแน่น
“แปลกจริง นังปีศาจนั่นหายตัวไปเฉย ๆ ได้ด้วยหรือ? ถึงกับสัมผัสปราณไม่ได้แม้แต่น้อย!”
ผู้อาวุโสสามกำหมัดแน่น พูดด้วยความเดือดดาล
ผู้อาวุโสสี่ขมวดคิ้วกล่าวว่า “นั่นสิ แค่ผู้ที่อยู่ขั้นราชันช่วงปลาย พวกเราตามหากันมาตั้งสองวันแล้วยังหาไม่เจอ!”
ผู้อาวุโสใหญ่กวาดตามองไปรอบ ๆ พลางพึมพำว่า “ผิดปกติจริง ๆ ถ้าอยู่ขั้นราชัน ก็ไม่มีเหตุผลที่จะหาไม่เจอ หรือว่านางจะอยู่ขั้นราชันเหนือ?”
ผู้อาวุโสสามตอบโต้โดยไม่ลังเล
“เป็นไปไม่ได้ ครั้งก่อนข้าเห็นชัด ๆ บนตำหนัก ยืนยันได้ว่านางอยู่ขั้นราชันช่วงปลาย”
ทั้งสามสบตากัน ต่างไม่เข้าใจ
“หรือว่านังปีศาจนั่นจะมีทักษะต่อสู้ที่ใช้หลบซ่อนจากการติดตาม?”
ผู้อาวุโสสี่คาดเดา
ผู้อาวุโสสามกัดฟันแน่น
ฮึ!
“ช่างนางจะมีทักษะต่อสู้อะไรเถอะ ในเมื่อนางอยู่ขั้นราชัน ก็ไม่มีทางฝ่าวงล้อมของพวกเราออกไปได้ ค่อย ๆ บีบวงล้อมให้แคบลง สักวันก็ต้องจับนางได้!”
เขาพูดด้วยแววตาขุ่นมัว
ผู้อาวุโสสี่หรี่ตากล่าวว่า “เจ้าสำนักจะออกจากการปิดด่านในอีกสามวัน ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องจับตัวนางให้ได้ภายในสามวัน ไม่อย่างนั้น...พวกเราจะอธิบายกับเจ้าสำนักอย่างไร?”
