ซุนเซียงได้ยินดังนั้น สีหน้าเย่อหยิ่งพลันแข็งค้าง
“มะ...ไม่ขายให้ผมเหรอครับ? เถ้าแก่ หมายความว่ายังไง?”
เขาขมวดคิ้วถาม
เสี่ยวหลานเองก็อึ้งไป
มีเพียงเฉียนตัวตัวที่เผยสีหน้าดีใจออกมา
ซ่งเหวินเทากล่าวเรียบ ๆ “ไม่มีอะไรหรอก ทุกอย่างต้องมีลำดับก่อนหลัง คนมาก่อนย่อมได้ก่อน เข้าใจง่าย ๆ แค่นี้เอง คุณหลินมาก่อน เขาย่อมเป็นคนตัดสินใจก่อน”
มุมปากของหลินเซียวค่อย ๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม
เห็นได้ชัดว่าเส้นสายของหวังหยงคังยังใช้ได้ผล อย่างน้อยก็มีน้ำหนักมากกว่าคนจากบริษัทเทียนเอิน กรุ๊ปคนนี้
แววตาซุนเซียงหรี่ลงเล็กน้อย
“มาก่อนได้ก่อนงั้นเหรอ? เถ้าแก่ คุณไม่ได้ล้อผมเล่นใช่ไหม? ผมกำลังซื้อบ้านให้รองประธานบริษัทเทียนเอิน กรุ๊ปนะ! คุณจะมาพูดเรื่องกฎระเบียบกับผมเนี่ยนะ?”
โทสะพลุ่งขึ้นในใจ เขาพูดเสียงต่ำ
ซ่งเหวินเทายิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก ก่อนเอ่ยอย่างเย็นชา “ขออภัยด้วย รองประธานอะไรของบริษัทเทียนเอิน กรุ๊ปที่คุณพูดถึง ผมไม่รู้จักจริง ๆ คุณเข้ามาขัดจังหวะขั้นตอนการทำงานของพวกเราโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามหลักแล้วไม่ควรปล่อยคุณไปง่าย ๆ แบบนี้ด้วยซ้ำ”
“แต่ก็ช่วยไม่ได้ คุณปู่ของผมกับประธานบริษัทเทียนเอิน กรุ๊ปเป็นสหายเก่ากัน นับว่าเห็นแก่หน้าท่าน ผมถึงยอมปล่อยคุณไป ที่นี่มีกฎของที่นี่”
สิ้นเสียง แววตาของเขาก็เย็นเยียบขึ้นหลายส่วน
ซุนเซียงใจหายวาบ
เดิมทีคิดว่าแค่อาศัยชื่อบริษัทเทียนเอิน กรุ๊ปมาซื้อบ้าน เจ้าของที่นี่ก็คงต้องนอบน้อมกับเขา ไม่คิดเลยว่า...จะมาเจอคนที่ไม่ควรไปหาเรื่องเข้าแล้ว?
