ความคิดนี้ผุดขึ้นมาในหัวอย่างห้ามไม่อยู่
แม้คุณปู่จะกำชับไว้ตั้งนานแล้วว่าให้เขาคว้าผู้หญิงสองคนนั้นมาให้ได้ แต่หลินเซียวไม่เคยคิดอะไรกับเจียงชูหนิงเลย ส่วนแฟนในอนาคตก็ถูกกำหนดไว้แล้วว่าเป็นซูเมี้ยวเมี้ยว
แต่ตอนนี้...
คนที่น่าจะเหลืออายุขัยอีกแค่หนึ่งปีอย่างเขา ยังมีสิทธิ์จริงจังกับความรักอยู่อีกหรือ?
ถ้าเขาจริงจัง ก็เท่ากับไม่รับผิดชอบต่ออีกฝ่าย
ความคิดของเขาเริ่มสับสนวุ่นวาย
ยังไม่ทันเรียบเรียงความคิดให้เป็นระเบียบ เจียงชูหนิงก็ลุกขึ้นยืน
“ไปกันเถอะ”
ริมฝีปากแดงขยับเอ่ยอย่างเย็นชา ก่อนจะเดินออกไปโดยไม่แม้แต่จะเหลียวมองหลินเซียว ท่าทางเด็ดขาดฉับไว
หลินเซียวข่มความคิดที่สับสนไว้ แล้วลุกตามไป
แต่คำถามนั้นก็มีคำตอบแล้ว เขาไม่มีสิทธิ์จริงจังกับความรัก
ทว่าเวลาในชีวิตที่เหลืออยู่น้อยนิด เขาก็ไม่อยากจากไปโดยมีเรื่องค้างคา
ดังนั้น ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ อยากทำอะไรก็ทำ
ถ้อยคำแปดคำนี้ผุดขึ้นในหัว ราวกับหลินเซียวได้เปิดประตูสู่โลกใบใหม่
ทั้งตื่นเต้นและเร้าใจ
ทั้งสองมาถึงลานจอดรถ หลินเซียวเดินไปยังที่นั่งคนขับ ส่วนเจียงชูหนิงยืนอยู่ข้างที่นั่งผู้โดยสาร ทั้งคู่สบตากัน
เจียงชูหนิงขมวดคิ้วเรียวงามเล็กน้อย
“ไปสิ”
หลินเซียวชะงักไป ก่อนถามว่า “กุญแจล่ะ?”
เจียงชูหนิงมองเขาอย่างเอือมระอาเล็กน้อย
“คิดว่าไงล่ะ?”
คำถามนั้นทำให้หลินเซียวมึนงง เขานึกย้อนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบกุญแจออกจากกระเป๋าอย่างกระอักกระอ่วน
