“ได้ ไว้ฉันจะไปหาคุณ”
เธอไม่พูดพร่ำทำเพลง ตอบตกลงทันที
หลินเซียวมองเธออย่างประหลาดใจ ตอนแรกคิดว่าอวิ๋นเยว่คงยังดูแคลนเขาเหมือนเดิม ไม่นึกเลยว่าเธอจะตอบตกลงง่ายดายขนาดนี้
“ตกลง งั้นคุณพักผ่อนแต่หัวค่ำนะ”
หลินเซียวกล่าว
อวิ๋นเยว่พยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจ ไม่ได้พูดอะไร เพียงขยับความคิด ร่างก็หายไปจากมิติ
หลินเซียวมองตำแหน่งที่อวิ๋นเยว่ยืนอยู่ ในใจบอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไร
เขาเผชิญเคราะห์ไม่เว้นแต่ละวัน แล้วอวิ๋นเยว่กับฉู่เหยาเหยาจะต่างอะไรไปกัน?
เขายังรอให้อวิ๋นเยว่ยกระดับมิติได้ภายในครึ่งปี แล้วมาช่วยเขาต่อต้านชะตากรรมอยู่เลย แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ อวิ๋นเยว่จะมีชีวิตรอดไปถึงครึ่งปีหรือเปล่าก็ยังไม่รู้
เฮ้อ!
เขาพ่นลมหายใจขุ่นในอกออกมา พยายามสงบอารมณ์
ไม่ว่าอย่างไร นี่คือความหวังสูงสุดของเขา ต่อให้ต้องทุ่มเททุกอย่างก็ต้องหาทางให้อวิ๋นเยว่ยืนหยัดต่อไปให้ได้
เขาเลิกคิดฟุ้งซ่าน แล้วกลับเข้าห้อง
วันนี้ในคฤหาสน์มีเพียงเจียงชูหนิงคนเดียว หลินเซียวไขประตูห้องก่อน พอแน่ใจว่าข้างนอกไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ จึงเข้าไปในห้องน้ำ
อาบน้ำเสร็จ รู้สึกสบายไปทั้งตัว
หลินเซียวทำตามที่อวิ๋นเยว่กำชับ นั่งลงข้างเตียงแล้วเริ่มโคจรปราณ สัมผัสอย่างตั้งใจว่าปราณค่อย ๆ หนาแน่นขึ้นทีละน้อย ความรู้สึกสำเร็จเอ่อล้นอยู่ในใจ
ตอนกำลังจะหลับ ภาพของคนคนหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวหลินเซียวอีกครั้ง
ลู่อวี่
