ยอมรับว่าเขารำคาญพ่อของซูเมี้ยวเมี้ยวมาก แต่เรื่องของซูเมี้ยวเมี้ยว เขาจะไม่ยื่นมือเข้าไปยุ่งไม่ได้
ยิ่งไปกว่านั้น ซูเมี้ยวเมี้ยวก็เป็นฝ่ายมาหาเขาถึงที่แล้ว
เขารู้จักนิสัยของซูเมี้ยวเมี้ยวดี หากไม่ถูกบีบจนหมดหนทาง เธอคงไม่มาหาเขาแน่
ซูเมี้ยวเมี้ยวเดาได้ว่าหลินเซียวต้องยอมช่วยแน่
เธอเม้มริมฝีปากแล้วกล่าวว่า “จงใจหาเรื่องน่ะ หาทางระบายอารมณ์ หรือไม่ก็อยากเรียกค่าชดเชยสักก้อน? ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่”
หลินเซียวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนหน้านี้เขาไม่รู้ว่าตระกูลจ้าวกับตระกูลลู่มีความสัมพันธ์กันอย่างไร ในเมื่อเป็นเช่นนี้...
“ได้ คนอยู่ที่ไหน? กี่โมง?”
เขาไม่พูดมาก รีบตอบตกลงทันที
ซูเมี้ยวเมี้ยวกัดฟันเบา ๆ ในใจรู้สึกซับซ้อน ก่อนจะเอ่ยช้า ๆ ว่า “อีก 20 นาที ฉันส่งที่อยู่ให้”
มุมปากของหลินเซียวค่อย ๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม
“ได้”
เขาเตือนจ้าวหม่านถังไปแล้ว แต่ฝ่ายนั้นยังลงมืออีก เช่นนั้นก็อย่ามาโทษเขาแล้วกัน
เขาจัดการธุระเล็กน้อย ก่อนลุกขึ้นเดินออกไป
เดิมทีคิดว่าคืนนี้จะได้พักผ่อนเงียบ ๆ สักหน่อย ไม่นึกเลยว่ายังต้องวุ่นอีก
...
ภายในห้องทำงานของกลุ่มบริษัทซู
ซูเมี้ยวเมี้ยววางโทรศัพท์ลง แม้หลินเซียวจะรับปากแล้ว แต่เธอกลับไม่มีความสุขเลยสักนิด
เธอเงยหน้ามองชายวัยกลางคนตรงหน้า ผู้สวมชุดยาวขาดรุ่งริ่ง
“นักพรตฟาง ทำไมต้องให้เขามาด้วยคะ?”
เธอถามอย่างไม่เข้าใจ
หากเป็นเธอ ต่อให้เจอเรื่องยุ่งยากเช่นนี้ก็ไม่มีทางให้หลินเซียวมาช่วย ทว่านักพรตฟางยืนกราน
