เธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะนึกออก แล้วถามว่า “อาวุธลับที่ใช้เล่นงานผู้อาวุโสรองคราวก่อนใช่ไหม?”
หลินเซียวพยักหน้าแรง ๆ
“ใช่ อันนั้นแหละ ยังเก็บไว้อยู่ใช่ไหม?”
อวิ๋นเยว่ส่ายหน้าเบา ๆ
“ยังอยู่ เก็บเอาไว้ดีเลย เพียงแต่... ปืนกระบอกนี้ยิงทะลวงค่ายกลได้หรือ?”
เธอค่อนข้างสงสัย
ขนาดปราณยังทะลวงค่ายกลออกไปโจมตีคนข้างนอกไม่ได้ แล้วอาวุธลับนั่นจะทำได้หรือ?
หลินเซียวรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่เธอลองดูก็ได้”
เขาพูดพลางยิ้ม
ดวงตาคู่งามของอวิ๋นเยว่ฉายแววครุ่นคิด ทั้งยังเริ่มตั้งตารอขึ้นมาเล็กน้อย
ตอนใช้มันเล่นงานผู้อาวุโสรองคราวก่อน อานุภาพของอาวุธลับชิ้นนี้น่ากลัวมาก
“ได้ ไว้คราวหน้าจะลองดู”
เธอพยักหน้าเบา ๆ แล้วตอบ
หลินเซียวเองก็ตั้งตารอไม่น้อย
“ลองได้ แต่อย่าหวังมากนะ ฉันก็กลัวว่าจะใช้ไม่ได้เหมือนกัน”
เขากำชับ
อวิ๋นเยว่พยักหน้า
“รู้แล้ว”
หลินเซียวเหลือบมองอาหารแล้วพูดว่า “ให้ฉันทำอะไรให้กินอีกหน่อยไหม? เย็นหมดแล้ว”
อวิ๋นเยว่เงยหน้ามองหลินเซียวลึกซึ้ง ในใจรู้สึกอบอุ่นขึ้นมา ไม่คิดเลยว่าจะมีคนธรรมดาที่ห่วงใยเธอ แถมยังช่วยเธอได้อีก
“ไม่ต้องหรอก ขอพักสักหน่อย เดี๋ยวก็ต้องหนีเอาชีวิตรอดต่อแล้ว”
พูดจบ มุมปากของเธอก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มขื่นขม
หลินเซียวเองก็รู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้าง ทั้งที่ตัวเขากลับช่วยอะไรไม่ได้เลย
ถึงมิติจะยกระดับขึ้นจนเขาข้ามไปได้ แต่ด้วยฝีมือของตัวเองก็เป็นได้แค่ตัวประกอบที่ถูกส่งไปตายเท่านั้น
