แกร๊ก ๆ ๆ!
ชั่วพริบตา ปืนพลังงานกว่าสิบกระบอกก็เล็งไปยังบริเวณที่ใบไม้หนาทึบ
ฉู่เหยาเหยากับฉู่ซือซือยกปืนขึ้นจับตาดูเช่นกัน
ขณะที่ทุกคนกำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด เงาร่างนั้นก็ปรากฏชัดขึ้น
ไม่ใช่สัตว์อสูร แต่เป็นคน
“บ้าเอ๊ย!”
การปรากฏตัวของพวกเขาทำให้กลุ่มคนที่เพิ่งเดินออกมาจากป่าตกใจจนสะดุ้ง ร้องอุทานแล้วถอยหลังไปตามสัญชาตญาณ
มีคนไม่มากนัก ราว ๆ เจ็ดแปดคน
สมาชิกทีมของฉู่เหยาเหยาต่างพากันถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่เธอกลับขมวดคิ้ว
เพราะเธอรู้จักคนที่เพิ่งร้องอุทานออกมา
เขาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นหลิวเจอ อดีตหัวหน้าทีมที่แตกหักกับเธอไปแล้ว
คิ้วเรียวของเธอขมวดมุ่น ใบหน้างามพลันเย็นชา
“เดี๋ยวนะ… พวกคุณเป็นใครกัน? มีปัญหาอะไรหรือเปล่า มายืนทำอะไรกันตรงนี้…”
หลิวเจอตบอกตัวเองเพื่อสงบสติอารมณ์ คำตำหนิยังพูดไม่ทันจบ สายตาก็ชะงักค้างอยู่บนร่างฉู่เหยาเหยา
“อ้าว นี่ไม่ใช่หัวหน้าฉู่หรอกหรือ”
เขามองเธออย่างลึกซึ้ง ก่อนเอ่ยเสียงเย็นชา สีหน้าฉายแววซับซ้อน
ตอนเพิ่งออกจากเมือง เขาก็เคยเจอฉู่เหยาเหยาแล้ว ตอนนั้นมีคนอยู่แค่เก้าคนแท้ ๆ ไม่นึกเลยว่าเพียงไม่กี่วัน คนใต้บังคับบัญชาของเธอไม่เพียงไม่ลดลง กลับเพิ่มขึ้นอีก!
ฉู่เหยาเหยาเผยอริมฝีปากสีชาด เอ่ยเสียงเย็นว่า “หลิวเจอ ช่างเจอกันได้ถูกที่ถูกเวลาจริง ๆ ต่างคนต่างไปทำธุระของตัวเอง อย่ามารบกวนพวกเราพักผ่อน”
พูดจบ เธอก็ละสายตากลับมา
หลิวเจอกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว ความเกลียดชังที่มีต่อฉู่เหยาเหยาพลุ่งพล่านอยู่ในใจ
