เธอเอ่ยเสียงแผ่ว ดวงตาฉายแววซับซ้อน
ปี๊บ ๆ ๆ
เสียงแตรรถที่ดังอย่างหงุดหงิดมาจากด้านหลัง หลินเซียวถึงเพิ่งรู้ว่าไฟเขียวแล้ว
เขาขับรถต่อไป ความคิดสับสนวุ่นวาย จมดิ่งอยู่กับสัมผัสอันน่าทึ่งนั้นอย่างสิ้นเชิง
เจียงชูหนิงขมวดคิ้ว ก่อนจะตบมือของหลินเซียวเบา ๆ สองที
“ขยับหน่อยสิ เอาแต่ลูบอย่างเดียวหรือไง?”
เธอเอ่ยอย่างไม่พอใจ น้ำเสียงเจือความกระเง้ากระงอดอยู่หลายส่วน
มุมปากของหลินเซียวกระตุกอย่างแรงสองสามครั้ง
เขาสูดหายใจลึก มือเริ่มขยับตาม สัมผัสนั้นทำให้ความคิดของเขาปั่นป่วนอย่างหนัก
ศึกใหญ่ใกล้เข้ามาแท้ ๆ ยังมาเจอเรื่องแบบนี้อีก...
เจียงชูหนิงสัมผัสได้ถึงกระแสไฟฟ้าแปลกประหลาดนั้น ก่อนจะยิ้มถามว่า “ลูบแล้วรู้สึกดีไหม?”
สีหน้าหลินเซียวประหลาดพิกล
“ดี”
เจียงชูหนิงหัวเราะแล้วเอ่ยว่า “งั้นก็ดีแล้ว”
หลินเซียวเหลือบมองด้านข้าง ถึงได้เห็นว่าเจียงชูหนิงหลับตาพิงอยู่ตรงนั้น เขาแอบรู้สึกว่าเธอดูราวกับปล่อยให้เขาทำตามใจ
สายตาของเขาอดเลื่อนไปหยุดอยู่บนรูปร่างอันเย้ายวนไม่ได้
แล้วส่วนอื่น ๆ เธอไม่เสียดายบ้างหรือไง?
เขาดึงสายตากลับมา ความรู้สึกประหลาดเข้าครอบงำจิตใจ ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่คิดเลยว่าระหว่างทางจะมีฉากแบบนี้เกิดขึ้น
ตลอดทาง หลินเซียวแทบไม่มีสมาธิคิดถึงเรื่องที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้เลย
พอได้เพลิดเพลิน เวลาก็ผ่านไปเร็วเป็นพิเศษ
ไม่นานนัก รถก็จอดลง
หลินเซียวชักมือที่ร้อนผ่าวกลับมาแล้วเอ่ยว่า “ถึงแล้ว”
เจียงชูหนิงค่อย ๆ ลืมตาขึ้น มองหลินเซียวด้วยแววตาอ้อยอิ่ง คล้ายจะไม่พอใจอยู่บ้าง พลางดึงชายกระโปรงลงตามเดิม
