เวลาค่อย ๆ ผ่านไป
หลินเซียวนอนหลับตาพักผ่อนอยู่ตรงนั้น ส่วนหลิ่วอวิ้นกลับเริ่มนั่งไม่ติด เพราะเบื่อจนทนไม่ไหว
เธอลุกขึ้นเดินเล่นไปทั่วห้องทำงาน
เสียงรองเท้าส้นสูงดังแผ่ว ๆ ก้องไปทั่วห้องทำงาน แฝงเสน่ห์เฉพาะตัวที่ยากจะบรรยาย เป็นเสน่ห์ที่มีเพียงรองเท้าส้นสูงเท่านั้นจะมอบให้ได้
ไม่นาน สายตาของหลิ่วอวิ้นก็ไปหยุดอยู่ที่กล่องหมากรุกจีนในตู้
เธอมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเปิดประตูตู้หยิบกล่องออกมา แล้วหันกลับไปที่โซฟา
“หลินเซียว มาเล่นเป็นเพื่อนฉันหน่อย”
ริมฝีปากแดงสดของเธอขยับเอ่ยเสียงเรียบ
หลินเซียวมองเธออย่างงุนงง
“เล่นอะไร?”
หลิ่วอวิ้นชูหมากรุกจีนในมือขึ้น
หลินเซียวเหลือบมอง ไม่ได้คิดอะไรมาก เขานั่งตัวตรง ตั้งท่าเตรียมประลอง
ท่าทางนั้นทำให้หลิ่วอวิ้นประหลาดใจ
“ตกลงง่ายขนาดนี้เลย?”
หลินเซียวสบตาเธอแล้วตอบว่า “ฉันก็เบื่อเหมือนกัน”
ทั้งที่ศึกใหญ่กำลังจะมาถึง เจ้าตัวกลับสบายใจยิ่งนัก ทั้งสองนั่งประลองหมากกันบนโซฟา
พวกเขาเงียบงัน ต่างครุ่นคิดอย่างจริงจังและเดินหมากอย่างเงียบเชียบ
ตลอดเกม หลิ่วอวิ้นไม่พูดอะไรเลย เธอขบคิดตาถัดไปอย่างตั้งใจ ความเงียบสงบของเธอกลับยิ่งขับเสน่ห์อันน่าหลงใหลให้แผ่กระจายออกมา
ชั่วพริบตา บนกระดานก็เหลือหมากเพียงหกตัว
แปะ
ในที่สุดหลินเซียวก็วางกับดักสำเร็จ ใช้รถเป็นเหยื่อล่อให้หลิ่วอวิ้นกิน ก่อนใช้ม้าปิดเกมจนอีกฝ่ายหมดทางสู้
หลิ่วอวิ้นเงยหน้ามองเขาอย่างประหลาดใจ
