ความอยากเอาชนะของเขาถูกปลุกขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
ถึงอย่างไรอวิ๋นเยว่ก็ลดระดับพลังลงแล้ว หากอยู่ในระดับเดียวกัน เขาไม่เชื่อหรอกว่าจะไม่มีโอกาส!
อวิ๋นเยว่กวาดตามองหลินเซียว ดวงตาคู่งามเป็นประกายวาววับ
“เมื่อกี้ตอนฉันบอกว่า ‘เข้ามาสิ’ ในหัวนายกำลังคิดอะไรอยู่?” เธอยกมุมปากขึ้นแล้วถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ใบหน้าแก่ ๆ ของหลินเซียวพลันแดงก่ำ
“เธอ... ถามเรื่องนี้ทำไม? ไม่ได้กำลังพูดเรื่องที่ฉันสู้เธอไม่ได้อยู่เหรอ?” เขาไม่ได้ตอบตรง ๆ
ที่สำคัญคือรูปร่างอันเย้ายวนชวนมอง ภาพที่ผุดขึ้นมาในหัวก็เกินกว่าจะควบคุมได้
สัญชาตญาณล้วน ๆ!
อวิ๋นเยว่มีรอยยิ้มชวนหลงใหลแต้มอยู่ตรงมุมปาก เธอพึมพำว่า “ถ้าวันหนึ่งนายเอาชนะฉันได้ ฉันจะยอมให้นายทำอะไรตามใจชอบ”
สิ้นเสียง แววหยอกเย้าก็ปรากฏขึ้นในดวงตาลึกล้ำคู่นั้น
หัวใจของหลินเซียวกระตุกวูบ
ทำอะไร... ตามใจชอบ? หา?
เขาเริ่มสงสัยแล้วว่าตัวเองหูฝาดไปหรือเปล่า
คำพูดแบบนี้จะออกมาจากปากอวิ๋นเยว่ได้ยังไง?
“เธอ...”
เขาอ้าปากค้าง ถึงกับลืมไปแล้วว่าควรพูดอะไร
อวิ๋นเยว่กำลังเพลิดเพลินกับความรู้สึกตื่นเต้นที่หัวใจเต้นเร็วขึ้น สำหรับคนหัวโบราณอย่างเธอ มันเป็นความเร้าใจราวกับได้แหกกฎเกณฑ์
หลินเซียวยังไม่ทันได้สติ อวิ๋นเยว่ก็พูดต่อว่า “แต่ก่อนที่นายจะเอาชนะฉันได้ คนที่ทำอะไรตามใจชอบก็คือฉัน”
สิ้นเสียง รอยยิ้มของเธอก็ยิ่งลึกลับขึ้น
หัวใจของหลินเซียวเต้นแรงขึ้นสองครั้ง ความรู้สึกไม่ดีบางอย่างพลันผุดขึ้นมา
