หลินเซียวมองอยู่ครู่หนึ่ง มุมปากยกยิ้มขึ้น
เด็กคนนี้ยังรู้ความอยู่บ้าง
ถ้าเธออาละวาดขึ้นมาจริง ๆ ถึงขั้นจะเอาเป็นเอาตายกับเจียงชูหนิง เขาคงไม่รู้เหมือนกันว่าควรทำอย่างไร
ช่วงนี้ขาดเจียงชูหนิงไม่ได้
เขารู้ดีว่าเจียงชูหนิงมีความสามารถด้านธุรกิจสูงแค่ไหน ถ้าเปลี่ยนเป็นคนอื่น คงทำได้ไม่ถึงระดับนี้แน่
“เล่นไปก่อนนะ ฉันมีธุระต้องจัดการนิดหน่อย เธอเดินดูรอบ ๆ ได้เลย ห้องชั้นบนเลือกเอาตามสบาย”
เขาลุกขึ้นยืน พลางกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ซูเมี้ยวเมี้ยวมองหลินเซียวอย่างแสนเสียดาย ก่อนเอ่ยว่า “ฉัน...ไม่ต้องเลือกหรอก อยู่ห้องนายก็ได้ จะได้ไม่เปลืองทรัพยากรไง”
ระหว่างพูด ใบหน้าของเธอก็เริ่มแดงระเรื่อ
หลินเซียวถลึงตาใส่เบา ๆ
เขาไม่พูดอะไร หันหลังเดินขึ้นชั้นบน ไม่รู้เหมือนกันว่าควรตอบคำนี้อย่างไร
ที่สำคัญคือ พอได้ยินเธอพูดแบบนั้น เลือดในกายเขาก็พลุ่งพล่านขึ้นมาเหมือนกัน
เดิมทีคิดว่าพอเจียงชูหนิงอยู่ด้วย บรรยากาศคงเปลี่ยนไปบ้าง ไม่คิดเลยว่า...เจียงชูหนิงยังไม่กลับมา
ซูเมี้ยวเมี้ยวมองแผ่นหลังหลินเซียวที่ดูจะลนลานเล็กน้อย แล้วหัวเราะอย่างได้ใจ
ไม่นาน หลินเซียวก็เดินลับสายตาไป
ซูเมี้ยวเมี้ยวโบกมือเล็ก ๆ พลางยิ้มกริ่ม “แทรกซึมเข้าไปในฐานศัตรูสำเร็จแล้ว~”
สีหน้าของเธอตื่นเต้นเป็นพิเศษ จากนั้นก็หันไปมองกระต่ายอีกครั้ง ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“ดีนะที่เจ้านายของแกไม่อยู่!”
