รออยู่นานก็ไม่มีเสียงตอบรับ
หญิงสาวมีแววตาเย็นชา เอ่ยเสียงแข็งกร้าวว่า “ไม่ว่าแกจะเป็นใคร ถ้าแน่จริงก็ฆ่าฉันตอนนี้เลย ไม่อย่างนั้นพอแผลฉันหายเมื่อไร ฉันจะทำให้แกตายอย่างไร้ที่ฝัง!”
ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบ ๆ พร้อมกับแผ่ลมหายใจทรงพลังออกไปตรวจสอบ
แต่ก็ยังไม่มีสิ่งผิดปกติใด ๆ
หญิงสาวรออยู่นาน แววระแวดระวังในดวงตาค่อย ๆ ลดลง
ไปแล้วหรือ?
เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนหลับตาลง แล้วเริ่มโคจรพลังปราณในร่างอีกครั้ง
คลื่นพลังที่แผ่ออกมาในอากาศนั้นมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
……
พริบตาเดียว ฟ้าก็สว่างแล้ว
ก๊อก ๆ ๆ
เสียงเคาะประตูปลุกหลินเซียวให้ตื่น เขาลืมตาขึ้นมองอย่างงัวเงีย
“เข้ามาได้เลย”
ประตูเปิดออก ซูเมี้ยวเมี้ยวเดินเข้ามาจากด้านนอก
“ยังไม่ตื่นอีกเหรอ? รีบลุกไปกินข้าวได้แล้ว ต้องไปทำงานนะ”
ใบหน้างดงามไร้ที่ติประดับด้วยรอยยิ้มแสนสดใส ชวนให้หลงใหล ทำเอาหลินเซียวอารมณ์ดีตั้งแต่เช้า
สาวสวยก็เป็นทิวทัศน์อย่างหนึ่ง
“ได้ ลุกเดี๋ยวนี้แหละ” เขาตอบยิ้ม ๆ
ซูเมี้ยวเมี้ยวพยักหน้าเบา ๆ แล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ฉันรออยู่ข้างล่างนะ”
พูดจบเธอก็หันหลังเดินออกไป
หลินเซียวมองตามแผ่นหลังของซูเมี้ยวเมี้ยว มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม
ถ้ามีบริการปลุกแบบนี้ทุกวันก็คงดีสินะ
เขาไม่ได้นอนอ้อยอิ่ง ลุกขึ้นล้างหน้าล้างตาเสร็จก็ลงไปที่ห้องรับแขก
“ทางนี้”
ซูเมี้ยวเมี้ยวกวักมือเรียกเบา ๆ
หลินเซียวหันไปมอง จึงเห็นว่าซูเมี้ยวเมี้ยวกับคุณนายซูนั่งอยู่ข้างโต๊ะอาหาร ทั้งคู่กำลังมองเขาด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า
