ใบหน้างามของเธอเผยสีหน้าซับซ้อน
หลินเซียวเองก็แปลกใจอยู่บ้าง
“เร็วขนาดนั้นเลยเหรอ?”
ฉู่เหยาเหยาพยักหน้าเบา ๆ แล้วกล่าวว่า “กองทัพสัตว์อสูรคราวนี้ดุร้ายเกินไป ดูเหมือนพวกมันตั้งใจจะบุกยึดเมืองให้ได้ ไม่กลัวตาย พากันกรูเข้าโจมตี พลังงานในเมืองใกล้จะหมดแล้ว ทุกคนกำลังแย่งกันแลกเสบียง เตรียมหลบหนี แม้แต่กองกำลังรักษาเมืองก็ยังแย่งชิงเสบียงกันเลยค่ะ”
แม้หลินเซียวจะมองไม่เห็น แต่แค่ฟังฉู่เหยาเหยาเล่า เขาก็สัมผัสได้ถึงสถานการณ์อันตรายทางฝั่งนั้นแล้ว
เขาถามอย่างสงสัยว่า “แล้วเธอวางแผนจะทำยังไง?”
ฉู่เหยาเหยากล่าวช้า ๆ ว่า “ตอนนี้คงต้องหนีไปกับกลุ่มใหญ่ก่อน คราวนี้ต้องมุ่งหน้าไปเขตเมืองชั้นบน อยู่ห่างจากที่นี่ตั้งสี่ห้าร้อยกิโลเมตร ระหว่างทางนี้...ไม่รู้ว่าจะต้องมีคนตายอีกเท่าไร”
แววตางามคู่นั้นฉายความกังวลขึ้นมา
พวกเขาจะอดทนไปจนถึงที่สุดได้หรือเปล่า?
หลินเซียวสังเกตเห็น จึงยิ้มปลอบว่า “ไม่ต้องห่วง มีฉันอยู่ เสบียงไม่ใช่ปัญหา”
ฉู่เหยาเหยาเงยหน้าขึ้น มองหลินเซียวอย่างลึกซึ้ง
“ขอบคุณนะคะพี่หลินเซียว ฉันรู้ค่ะ แต่...ปัญหาใหญ่ที่สุดระหว่างทางนี้คงไม่ใช่เสบียง น่าจะเป็นคนด้วยกันเอง”
เธอเอ่ยถึงความกังวลในใจ
หลินเซียวขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วถามว่า “กลัวว่าพวกเขาจะแย่งเสบียงเหรอ?”
ฉู่เหยาเหยาพยักหน้าเบา ๆ
“ไม่ใช่แค่กลัวค่ะ พวกเขาต้องแย่งเสบียงแน่ ๆ ยิ่งคนเยอะขนาดนี้ ระหว่างทางก็ไม่รู้ว่าจะติดโรคอะไรหรือเปล่า แล้วจำนวนคนที่ไปถึงเขตเมืองชั้นบนได้ เกรงว่าจะไม่ถึงสามในสิบด้วยซ้ำ”
