จ้าวจวิ้นหยุดเดิน ก่อนพูดคล้ายล้อเล่นว่า
ซูเมี้ยวเมี้ยวขมวดคิ้วเรียวงามเล็กน้อย
จ้าวจวิ้นเพิ่งนึกขึ้นได้ จึงยิ้มกล่าวว่า “อุ๊ย ขอโทษทีนะเพื่อน ฉันชินกับการหยอกซูเมี้ยวเมี้ยวแล้ว เลยลืมไปว่ารถไฟฟ้าคันนี้เป็นของนาย ขอโทษด้วยนะ ฉันเป็นคนพูดตรง อย่าถือสาเลย”
แต่รอยยิ้มนั้นกลับแฝงความยียวนอยู่เล็กน้อย
ซูเมี้ยวเมี้ยวรู้สึกรังเกียจเขาเต็มทน แต่ก็ไม่สะดวกจะพูดอะไรให้มากความ
หลินเซียวยิ้มบาง ๆ
“ไม่เป็นไร ฉันชอบคนตรง ๆ” เขาพูดส่ง ๆ
เพียงประโยคเดียวก็ทำให้จ้าวจวิ้นชะงักค้าง รอยยิ้มหุบลง แววตาเปลี่ยนไปเล็กน้อย ก่อนมองหลินเซียวอย่างฉงน
“แค่ก”
เขากระแอม แล้วหัวเราะกลบเกลื่อน “เพื่อน ๆ ของฉันมากันครบแล้ว รีบขึ้นไปกันเถอะ”
จ้าวจวิ้นไม่รู้จะรับคำพูดของหลินเซียวอย่างไร
ซูเมี้ยวเมี้ยวเงยหน้ามองหลินเซียว แอบยิ้มพลางเม้มปาก จากนั้นก็เดินเคียงข้างเขา ตามหลังจ้าวจวิ้นไป
เดิมทีจ้าวจวิ้นคิดจะหาโอกาสคุยกับซูเมี้ยวเมี้ยว แต่ตลอดทางเธอกลับคุยกระซิบกระซาบกับหลินเซียวไม่หยุด จนเขาไม่มีช่องแทรกเลย
พอเข้าไปในลิฟต์ ทั้งคู่ก็ยังคุยกันกระหนุงกระหนิงอยู่ด้านหลัง
ซูเมี้ยวเมี้ยวหัวเราะเสียงใสเป็นระยะ ดูมีความสุขมาก ภาพนั้นยิ่งทำให้ไฟโกรธในใจจ้าวจวิ้นลุกโชนขึ้น
ไอ้บ้านนอก รอดูเถอะ!
ติ๊ง
ประตูลิฟต์เปิดออก
จ้าวจวิ้นพาทั้งสองเดินไปถึงหน้าห้องส่วนตัวหมายเลข 308
ชายฉกรรจ์สองคนรีบยืนประจำซ้ายขวาหน้าประตู ท่าทางผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี เพียงยืนอยู่ตรงนั้นก็แผ่กลิ่นอายดุดันออกมา
