หลินเซียวขมวดคิ้วเล็กน้อย แม้เขาจะไม่ได้เห็นยอดฝีมือขั้นสี่ทั้งหกคนนี้อยู่ในสายตานัก แต่ก็ไม่กล้าประมาท
ที่สำคัญคือตอนนี้ยังเปิดเผยปราณไม่ได้
ไพ่ตายของพวกนั้นยังไม่เผยออกมา
ไม่นาน ทางเดินตรงกลางก็ถูกเคลียร์จนโล่ง ลูกค้าทุกคนที่นั่งโต๊ะเดียวกับหลินเซียวต่างรีบหนีออกไปอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงหลินเซียวกับเจียงชูหนิงสองคน
ยอดฝีมือทั้งหกค่อย ๆ ก้าวลงจากเวที แล้วขยับเข้ามาใกล้อย่างช้า ๆ
แรงกดดันมหาศาลแผ่ปกคลุมจนผู้คนรอบข้างแทบหายใจไม่ออก
หลินเซียวเอ่ยเสียงเรียบว่า “ระวังตัวด้วย”
เจียงชูหนิงตั้งสติ เงยหน้ามองเขาพร้อมรอยยิ้ม “นายต่างหากที่ต้องระวัง”
หลินเซียวหันไปสบตา ก่อนจะยิ้มออกมา
ไม่รู้ทำไม พอได้เห็นเจียงชูหนิงในเวลาแบบนี้ หัวใจเขากลับสงบลงอย่างน่าประหลาด เป็นความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก
เขามองใบหน้างดงามล่มเมืองนั้น แล้วจู่ ๆ ก็ยกมือขึ้นบีบแก้มนุ่มนิ่มของเธอเบา ๆ
เจียงชูหนิงขมวดคิ้วเรียวบาง มองเขาอย่างสงสัย แต่กลับไม่ได้หลบไปตามสัญชาตญาณ
หลินเซียวหัวเราะเบา ๆ “รอฉันนะ”
เขาชักมือกลับ
หัวใจของเจียงชูหนิงพลันเกิดความรู้สึกประหลาดขึ้นมา ใบหน้าเย็นชาปรากฏรอยยิ้มบาง ๆ ก่อนเธอจะพยักหน้า
“สู้ ๆ นะ ฉันอยู่ข้างนาย”
คำพูดนั้นทำให้หลินเซียวรู้สึกเหมือนได้รับพลังขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
เขารู้ดีว่าตัวเองมีฝีมือแค่ไหน อย่างน้อยการรับมือกับยอดฝีมือขั้นหกหรือเจ็ดก็ไม่ใช่ปัญหา
เจียงชูหนิงเองก็เข้าใจความสามารถของเขา
แต่ในใจของทั้งคู่ต่างมีความหนักอึ้งอยู่ลึก ๆ ซึ่งมากพอจะบอกได้ว่าสถานการณ์ร้ายแรงเพียงใด
