เสียงของหลินเซียวดังขึ้นอีกครั้ง “จริงสิ เหยาเหยา ถ้าเดี๋ยวพี่ไม่ได้ไปหาน้อง ก็คงเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นกะทันหัน พี่เลยลืมเตรียมเสบียงไว้ให้ ต่อไปก็ใช้ประหยัดหน่อยนะ แต่ก็แค่มีโอกาสเป็นไปได้ ไม่ต้องเป็นห่วงพี่มากนัก”
เพียงประโยคเดียว การเคลื่อนไหวของฉู่เหยาเหยาพลันชะงัก หัวใจกระตุกอย่างแรงสองครั้ง
ก่อนหน้านี้เธอยังพยายามกลั้นอารมณ์เอาไว้ แต่พอได้ยินคำพูดนั้น น้ำตาก็ไหลจากหางตาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
“พี่! พี่...พี่...”
เธอร้อนใจจนร่างบอบบางสั่นเทาอย่างแผ่วเบา ทำอะไรไม่ถูก สีหน้าร้อนรนชวนให้คนสงสารนัก มีคำพูดมากมายอัดแน่นอยู่ในอก ทว่ากลับเอ่ยออกมาไม่ได้สักคำ
ความรู้สึกนั้นช่างไร้ที่พึ่งเหลือเกิน
เมื่อเห็นเช่นนั้น หลินเซียวก็รู้สึกเจ็บปวดใจไม่น้อย เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงอารมณ์ของฉู่เหยาเหยา
“เหยาเหยา ใจเย็น ๆ รอพี่จัดการธุระเสร็จแล้วจะไปหา”
เขาพูดพร้อมรอยยิ้ม ในสถานการณ์เช่นนี้ เขาเองก็ไม่รู้จะพูดอะไรเพื่อปลอบใจเธอ
ฉู่เหยาเหยายืนนิ่งงันอยู่กับที่ น้ำตาหยดแหมะลงพื้นทีละหยด ไร้เสียงสะอื้นและพูดอะไรไม่ออก ได้แต่จ้องมองความว่างเปล่าตรงหน้า ปล่อยให้ความคิดสับสนวุ่นวายอยู่เพียงลำพัง
หลินเซียวสงสารเธอจับใจ แต่สิ่งที่ควรพูดก็พูดไปหมดแล้ว ไม่อาจพูดอะไรต่อได้อีก
คืนนี้เขาเองก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
เขาฝืนตัดใจดึงจิตสำนึกออกจากมิติ เพิ่งเงยหน้าขึ้นมา...
“ฮือ!”
เสียงร้องไห้ปานใจจะขาดของฉู่เหยาเหยาก็ดังมาจากในมิติ
