สีหน้าเขาดูมีนัยลึกซึ้ง
หลินเซียวขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วถามว่า “หมายความว่ายังไงครับ?”
ชายชราพูดช้า ๆ ว่า “ตอนเจอกันครั้งแรก ปู่ก็บอกแกแล้วไม่ใช่หรือว่า ผู้หญิงคนนั้นเกิดมาก็เป็นกาลกิณีของแก สำหรับแกแล้วถือเป็นเคราะห์อย่างหนึ่ง ส่วนจะแก้เคราะห์ได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับแก เรื่องนี้ปู่ช่วยอะไรไม่ได้”
แววตาของหลินเซียวฉายแววหนักใจขึ้นมาวูบหนึ่ง
แค่ซุนหยางหยางคนเดียว ถึงกับเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนั้นเชียวหรือ? เธอจะมีความสามารถขนาดนั้นได้ยังไง? แม้จะไม่เข้าใจ แต่เขาก็ไม่คิดสงสัยคำพูดของปู่
“ได้ครับ งั้นผมจะระวังไว้” เขาตอบ
ชายชราพูดต่อว่า “อีกอย่างนะ ตอนนี้วิถีมหามรรคกำลังสวนทาง ปรากฏการณ์ฟ้าดินเริ่มเผยออกมา ทุกภพต่างมีลางร้าย แล้วโลกมนุษย์เองก็เริ่มนิยมฝึกวิถีบำเพ็ญเพียรแล้วใช่ไหม?”
หลินเซียวได้ยินดังนั้นก็แสดงสีหน้าประหลาดใจ
“ปู่รู้ได้ยังไงครับ?” เขาถาม
ชายชราหัวเราะแล้วพูดว่า “มีอะไรบ้างที่ปู่ของแกไม่รู้? วัฏจักรแห่งวิถีสวรรค์ ก็เป็นเรื่องของชะตาลิขิตเท่านั้น”
หลินเซียวเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง
ชายชราพูดต่อว่า “ช่วงนี้ปู่ใช้เส้นสายสืบข่าวให้แกมาได้อีกหน่อย ในชะตาของแกยังมีผู้มีพระคุณคนหนึ่ง จะแก้เคราะห์ได้หรือไม่ จะดำเนินไปตามวิถีสวรรค์ได้หรือเปล่า ล้วนเกี่ยวข้องกับผู้มีพระคุณคนนี้อย่างมาก น่าเสียดายที่เงินยังไม่ถึงมือ เขาเลยไม่ยอมบอกชื่อให้ปู่รู้”
ผู้มีพระคุณ?
แววตาของหลินเซียวเป็นประกายขึ้นมาทันที
