เหงื่อเย็นไหลพรั่งพรูจากหน้าผากของหวังเทียนหลง สีหน้าร้อนรนยิ่งกว่าเดิม แทบจะร้องไห้ออกมาอยู่แล้ว
“ผม... ผม...”
เขาอ้ำอึ้งพูดไม่ออก
หลินเซียวหัวเราะแล้วกล่าวว่า “ดูเหมือนนายไม่มีอะไรให้จ่ายเป็นค่าชดเชยแล้วสินะ ในเมื่อเป็นแบบนี้ งั้นฉันจัดการเองก็แล้วกัน”
พูดจบก็เดินเข้าไปช้า ๆ พลางถูหมัดไปมา ข้อนิ้วส่งเสียงลั่นกรอบแกรบ
หวังเทียนหลงถึงกับทำอะไรไม่ถูกในทันที
“พี่ใหญ่! อย่า... อย่าต่อยเลย ผมรู้แล้ว ผมรู้แล้ว! ผมทำไม่ถูกเอง ผมควร... ควรชดเชยค่าเสียหายทางจิตใจให้พวกคุณ!”
เขาตัดสินใจเด็ดขาด ยกมือทั้งสองข้างขึ้นแล้วพูดอย่างร้อนรน
หลินเซียวถามยิ้ม ๆ “แล้วจะชดเชยยังไงล่ะ?”
หวังเทียนหลงกลืนน้ำลายอีกครั้ง กัดฟันแน่น สีหน้าราวกับยอมเสี่ยงทุกอย่างแล้ว
“ผม... ผมจะร่วมมือกับผู้จัดการเจียง!”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
เจียงชูหนิงยังคงสีหน้าเรียบเฉย จ้องมองเขาด้วยแววตาเย็นชา
หลินเซียวเข้าใจความหมาย
“เถ้าแก่หวัง นายให้ค่าความร่วมมือครั้งนี้เกินไปหน่อยหรือเปล่า? ถ้านายไม่ร่วมมือ พวกเราก็ร่วมมือกับคนอื่นได้อยู่ดี เดิมทีแค่จัดการหลิวเจี้ยนหมิงเท่านั้น ถ้านายไม่ร่วมมือ ก็แค่ต้องกำจัดบริษัทเพิ่มอีกแห่ง สำหรับพวกเราแล้ว มันยากตรงไหนหรือไง?”
เขาส่ายหน้าไปมา สีหน้าดูจนใจเล็กน้อย
หวังเทียนหลงถึงกับมึนงง
ไม่ใช่สิ... พวกคุณเป็นคนแบบไหนกันเนี่ย? วางท่ากร่างขนาดนี้เลยหรือ?
แต่เขาไม่รู้เลยว่าเจียงชูหนิงมีฝีมือจริง ๆ แค่ไหน ส่วนหลินเซียวนั้นเขารู้ไส้รู้พุงดี
