หลินเซียวโกรธจนไฟแทบลุก ไม่แม้แต่จะมอง เขากวาดขาเตะออกไปด้านข้าง
“อ๊าก!”
เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น
หลินเซียวพุ่งออกจากห้องส่วนตัวอย่างรวดเร็ว แล้วก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่ามีคนยืนขวางทางอยู่กว่าสิบคน ด้านหลังฝูงชน หลิวเจี้ยนหมิงกำลังเดินฉับ ๆ หนีห่างออกไป
เขากำลังจะตามไป แต่พวกชายฉกรรจ์กลับพากันล้อมเข้ามา
บัดซบ! ปล่อยให้มันหนีไปแล้วหรือ?
หลินเซียวรู้ว่าต่อให้ไล่ตามไปก็คงไม่ทัน จึงหันสายตาเย็นเยียบไปยังชายฉกรรจ์กลุ่มนั้น แววตาเปล่งประกายคมกริบ
ชายฉกรรจ์กลุ่มนั้นก็ฮึกเหิมไม่แพ้กัน ท่าทางพร้อมต่อสู้เต็มที่
หลินเซียวกำลังจะเดินเข้าไป…
“โอ้โฮ ครึกครื้นกันจังเลยนะ”
ทันใดนั้น เสียงสบาย ๆ ที่ฟังดูเอื่อยเฉื่อยก็ดังมาจากด้านหลังฝูงชน
หลินเซียวขมวดคิ้วน้อย ๆ
หลิวเจี้ยนหมิงหนีไปไกลแล้ว คงตามไม่ทันแน่
เขาล้มเลิกความคิดที่จะไล่ตาม แล้วหันไปมองตามเสียง เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งเดินมาจากด้านหลัง สวมกางเกงยีนส์กับเสื้อยืดสีขาว มือทั้งสองล้วงกระเป๋า ท่าทางสบาย ๆ ใบหน้าหล่อเหลาประดับรอยยิ้มบางเบา
แม้จะแต่งตัวเรียบง่าย แต่ก็ยังแผ่กลิ่นอายสูงส่งออกมา
ชายฉกรรจ์กลุ่มนั้นมองหน้ากันไปมา ก่อนจะสงบเสงี่ยมลงและยืดตัวตรง
ชายหนุ่มเดินมาถึงตรงหน้า พลางกวาดตามองหลินเซียว
“ทำไมถึงมาตีกันในโรงแรมของผมล่ะ? แบบนี้ไม่ดีเลยนะ พี่ชาย”
เขาพูดพร้อมรอยยิ้ม ให้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเอง
หลินเซียวแปลกใจอยู่บ้าง ไม่คิดเลยว่าคนหนุ่มขนาดนี้จะเป็นเจ้าของโรงแรม
