“ผู้จัดการเจียง ใครคือผู้จัดการเจียงครับ?”
ชายแซ่เฝิงยกมือขึ้นอย่างสั่นเทา พลางเอ่ยถาม
เจียงชูหนิงมองอีกฝ่ายอย่างสงสัย ก่อนตอบว่า “ฉันเอง พวกคุณมาที่บริษัทฉันมีธุระอะไรหรือคะ?”
นี่...
มุมปากของทั้งสองกระตุกอย่างแรง
ยังจะถามอีกหรือ?
ชายแซ่เฝิงฝืนยิ้มพลางเอ่ยว่า “เอ่อ... พวกเรามาขอความร่วมมือครับ”
ร่วมมือหรือ?
หญิงสาวทั้งสองสบตากัน แววตาฉายความไม่เข้าใจ
เจียงชูหนิงเอ่ยเสียงเรียบ “ร่วมมือกับบริษัทไหนคะ?”
ชายแซ่เฝิงรีบตอบ “ก็ต้องร่วมมือกับบริษัทขนส่งที่กลุ่มของคุณเพิ่งก่อตั้งสิครับ”
หลิ่วอวิ้นได้ยินดังนั้น สีหน้าก็เผยความประหลาดใจ
เธอเพิ่งจดทะเบียนบริษัทเสร็จหมาด ๆ ก็มีคนมาขอร่วมมือแล้วหรือ?
เจียงชูหนิงเข้าใจทันที มุมปากยกขึ้น
“ได้ค่ะ เซ็นสัญญากันเลย”
เธอรู้ว่าเรื่องนี้ต้องเป็นฝีมือหลินเซียว จึงไม่พูดมาก รีบสั่งให้คนเริ่มร่างสัญญา
สายตาภาคภูมิใจของเธอเหลือบไปยังหลิ่วอวิ้นด้วย
หลิ่วอวิ้นเบ้ปากน้อย ๆ ไม่ได้พูดอะไร แต่ในใจกระอักกระอ่วนขึ้นมาอีกระลอก
มีคนมาร่วมมือจริง ๆ ด้วย...
เจียงชูหนิงถามเสียงเรียบ “หลินเซียวคุยกับพวกคุณไว้ยังไงคะ คิดราคาตลาดหรือเปล่า?”
ทั้งสองสบตากัน สีหน้าเต็มไปด้วยความขมขื่น
“มะ...ไม่ใช่ครับ”
ชายแซ่ซุนฝืนยิ้มอย่างยากลำบาก “คิดในราคาสามเท่าของราคาตลาดครับ”
สามเท่าหรือ?
หญิงสาวทั้งสองสบตากัน สีหน้าต่างเผยความตกตะลึง
“หลินเซียวเสนอราคาสามเท่าเพื่อร่วมมือกับพวกคุณหรือคะ?”
หลิ่วอวิ้นรีบถาม
ชายแซ่ซุนแทบจะร้องไห้ รีบโบกมือปฏิเสธ “ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่... เป็นพวกเราเสนอราคาสามเท่าเพื่อขอให้บริษัทของคุณร่วมมือด้วยครับ”
